Browsing Category

Poker

Poker

ศิลปะแห่งการ Bluffing เคล็ดลับต้องรู้ที่จะทำให้คู่ต่อสู้ยอมหมอบ

December 1, 2020

ศิลปะแห่งการ Bluffing เคล็ดลับต้องรู้ที่จะทำให้คู่ต่อสู้ยอมหมอบ

Poker Bluffing หรือการบลัฟ จัดว่าเป็นอีกทักษะหนึ่งที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับนักเล่นโป๊กเกอร์ทุกระดับ เพราะว่ามันสามารถที่จะใช้สร้างสถานการณ์หรือทำให้ผู้เล่นคนอื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเราได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามการบลัฟให้ได้ผลจนอีกฝ่ายยอมหมอบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะเหล่านักโป๊กเกอร์ที่มีประสบการณ์ย่อมดูออก วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับกันครับว่าแท้จริงแล้วบลัฟนั้นเขาทำกันอย่างไรถึงจะได้ผลสูงสุดอย่างที่หวัง

บลัฟคืออะไร จำเป็นแค่ไหน

ถ้าเป็นวงการอื่น “บลัฟ” จะหมายถึงการทำให้อีกฝ่ายขาดความมั่นใจด้วยการเกทับหรือข่มขวัญเข้าไปเพื่อให้ตัวเองดูถือไพ่เหนือกว่า ซึ่งการเล่นโป๊กเกอร์ก็มีการใช้เทคนิคนี้เช่นกันแต่เป้าหมายจะต่างกันสักเล็กน้อย เพราะการบลัฟนี้หน้าที่ของมันก็คือสร้างการรับรู้ที่ผิดเพี้ยนให้กับอีกฝ่าย นอกจากจะทำให้ยอมทิ้งไพ่ยอมแพ้ได้แล้วยังสามารถใช้ล่อเข้ามาวางเดิมพันเพื่อกินรวบในตอนท้ายเกมได้เช่นกันซึ่งส่วนใหญ่นักเล่นระดับมืออาชีพมักจะเลือกใช้เทคนิคนี้ควบคู่ไปกับ Poker Face อีกด้วย
โดยทั่วไปแล้วการบลัฟจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ

  1.  Pure Bluff เป็นการบลัฟอย่างเดียว ไม่มีการใช้เทคนิคอื่นเข้ามาช่วย ส่วนมากจะใช้ตอนที่ไพ่ตายไปต่อไม่ไหว แต่ด้วยลักษณะการเล่นของอีกฝ่ายอาจจะดูอ่อนกว่า พอมีโอกาสที่จะหลอกล่อได้บ้าง อย่างไรก็ตามการทำ Pure Bluff จะมีโอกาสสำเร็จสูงเฉพาะกรณีที่ทุกคนบนโต๊ะต่าง Fold ก่อนถึงช่วง Show Down หากจังหวะนี้มีใครที่ถือไพ่เหนือกว่าหรือว่ามีชุดไพ่แต้มสูงในมือหลุดมาแม้แต่คนเดียว โอกาสสำเร็จจะกลายเป็นศูนย์ทันที
  2.  Semi Bluff บลัฟรูปแบบนี้เหมาะสำหรับการใช้ซื้อเวลาเสียมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น เรามีโอกาสติด Flush อยู่แต่ตอนนี้ยังไม่มา การ Bet ลงไปด้วยราคาที่ไม่หนักมากจะทำให้เห็นว่าใครบ้างที่ Call ตาม และเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจมีไพ่ที่สู้ต่อได้อยู่ หากพากันหมอบก็ถือว่าบลัฟผ่าน

ศิลปะแห่งการ Bluffing เคล็ดลับต้องรู้ที่จะทำให้คู่ต่อสู้ยอมหมอบ

ปัจจัยที่จะช่วยให้บลัฟสำเร็จ

บลัฟจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง สิ่งแรกที่ต้องมีเลยก็คือ Action ที่เราต้องทำให้อีกฝ่ายเห็นหรือรู้สึกว่าไพ่ในมือเราแข็งมากพอที่จะสู้ต่อ ขณะเดียวกันก็ต้องดู Action ของอีกฝ่ายด้วยว่ามีท่าทีอย่างไร ไพ่ในมือแข็งพอที่จะสู้กับเราหรือไม่ด้วย

สิ่งที่ต้องใส่ใจในการบลัฟคือเรื่องของความสมเหตุสมผล หากรอบก่อนหน้าเรา Action ออกไปด้วยความกังวลใจ การบลัฟอาจไม่ได้ผล ตรงกันข้ามหากเรานิ่งมาตลอดหรือ Action ด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ ก็มีโอกาสมากถึง 50% ที่เราจะบลัฟได้สำเร็จ แม้แต่ความกังวลใจของอีกฝ่ายที่ Action ออกมาเราก็สามารถใช้เป็นข้อมูลมาบลัฟได้เช่นกัน เรียกได้ว่าใครที่จิตใจไม่มั่นคงยังไงก็ตกหลุมพรางการบลัฟแน่นอน

ตำแหน่งและภาพลักษณ์สำคัญเสมอ

ใครที่ศึกษาเรื่องตำแหน่งการเล่นโป๊กเกอร์มาจะรู้ว่ามันมีความสำคัญมาก ๆ ยิ่งได้ตำแหน่งดี ๆ มีโอกาสชนะไปกว่าครึ่งทางแล้ว และเป็นเรื่องยากมากที่จะบลัฟสำเร็จจากตำแหน่งที่แย่กว่า ถึงอย่างนั้นการสร้างภาพลักษณ์หรือ Poker Face ก็ยังเป็นอีกหนึ่งทางที่ช่วยแก้ไขเรื่องนี้ได้ สมมติว่าเราแสดงท่าทีของ Tight ออกไป ทุกการ Bet ของเราจะทำให้อีกฝ่ายคิดว่าเรามีไพ่ดีเสมอ โอกาสบลัฟสำเร็จก็จะมากขึ้นด้วย ตรงกันข้ามหากท่าทีของเราดูเป็นพวก Loose การ Bet ของเราจะไม่มีความหมายเลย เท่ากับว่าบลัฟไปก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อให้มีไพ่ที่ดีอยู่ในมือ

ใส่ใจในเป้าหมายและราคา

จำไว้ว่าทุกการBet จะส่งผลต่อบลัฟเสมอ Bet Size ที่ดีควรจะอยู่ที่ 50% ของ Pot การบลัฟด้วยราคานี้จะช่วยให้คนอื่นไม่ Call ตามมาง่าย ๆ รวมถึงการทำให้พวกที่ไม่ติดไพ่อะไรหรือไม่มี Draw ยอมแพ้ แต่ถ้าคิดว่าอีกฝ่ายมี Draw รออยู่แล้ว ราคาที่เหมาะสมอาจจะอยู่ที่ 2/3 ของ Pot ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับภาพลักษณ์ที่เราสร้างไว้ด้วย หากทำให้คนอื่นคิดว่าเป็น Tight ก็อาจจะปรับราคาลงมาสักเล็กน้อย จำไว้ว่า Tight จะไม่ทุ่มเงินเด็ดขาด

อย่างไรก็ตามจำนวนคนที่เหลืออยู่บนโต๊ะถือว่าเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบลัฟ ยิ่งเหลือมากยิ่งบลัฟยาก ดังนั้นมองหาเป้าหมายให้เจอ ล่าให้ถูกตัว อย่างไปจ้องเล่นพวก Calling หรือ LAG เด็ดขาด เพราะสองประเภทนี้ไม่ค่อยยอมหมอบง่าย ๆ การบลัฟอาจเป็นการทิ้งเปล่าโดยไร้ประโยชน์

ศิลปะแห่งการ Bluffing เคล็ดลับต้องรู้ที่จะทำให้คู่ต่อสู้ยอมหมอบ

บลัฟให้ถูกจังหวะ โอกาสชนะเพิ่มขึ้น

ช่วง Flop ถือว่าเป็นนาทีทองของการบลัฟ เพราะ 2 ใน 3 ของผู้เล่นทั้งหมดมีโอกาสที่จะไม่ติดไพ่อะไรเลย หรือถ้าติดก็แค่นิดหน่อยยังพอมีโอกาสทำให้พวกเขาทิ้งไพ่ได้อยู่ การใช้ C-Bet ด้วยการ Raise Pre-flop คืออีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะช่วยกำจัดคู่แข่งออกไปได้ทีละมาก ๆ ในรอบนี้

ส่วนช่วง River ถือว่าเป็นช่วงต้องห้ามบลัฟ เพราะมีโอกาสเสียเงินเปล่ารวมถึงดูไม่สมเหตุสมผลด้วย จึงทำให้คนที่เหลือรอดหลงกลได้ค่อนข้างยาก มีโอกาสสูงที่เราจะเอาเงินไปเติม Pot ให้คนอื่นฟรี ๆ เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นคนที่อ่านทางไพ่ได้คมพออันนี้ก็อีกเรื่องหนึ่ง

จากทั้งหมดนี้ก็พอที่จะสรุปได้ว่า บลัฟ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เรามีโอกาสชนะรวมถึงพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ดีที่สุด และถ้าใช้เป็นก็จะช่วยเคลียร์คนออกไปได้เยอะในช่วงต้นเกม อย่างไรก็ตามต้องดูเงื่อนไขต่าง ๆ ด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะที่ใช้ทำการบลัฟ ไม่เช่นนั้นแทนที่จะเป็นผู้ชนะอาจต้องเสียเงินหมดหน้าตักได้ง่าย ๆ เช่นกัน

Poker

เทคนิครับมือผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่มือใหม่ต้องรู้

December 1, 2020

เทคนิครับมือผู้เล่น โป๊กเกอร์ ที่มือใหม่ต้องรู้

โป๊กเกอร์ – หัวใจของการเล่นโป๊กเกอร์ไม่ได้อยู่ที่การมีไพ่เหนือกว่าเพียงอย่างเดียว แต่จะรอดไปถึงรอบสุดท้ายหรือที่เรียกว่า Show Down ได้จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคต่าง ๆ ในการรับมือผู้เล่น นั่นหมายความว่าหากเราสามารถเข้าใจคู่แข่งได้เราจะมองเห็นจุดแข็งจุดอ่อนได้ไม่ยาก และทั้งหมดที่เราจะพูดกันในบทความนี้ก็คือเทคนิครับมือผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่มือใหม่ต้องรู้ ที่กล้าพูดได้เลยว่าอ่านจบแล้วจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเล่นโป๊กเกอร์ได้อย่างแน่นอน

เทคนิครับมือผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่มือใหม่ต้องรู้

ดูยังไงถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายเล่นรูปแบบไหน

การจะคาดเดาว่าอีกฝ่ายเป็นผู้เล่นสไตล์ไหนให้เราดูที่ 2 สิ่งต่อไปนี้

  1.  Starting Hand เป็นตัวที่จะคอยบอกเราว่าพวกเขาคือ Loose ผู้เล่นที่มีความหลากหลายพลิกแพลงได้ตลอดเวลา หรือว่า Tight ที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
    สิ่งที่ผู้เล่นสไตล์ Loose มักจะทำก็คือพวกเขาแคร์ว่า Starting Hand จะเป็นอย่างไรมีความเป็นไปได้มากถึง 40% ที่พวกเขาจะเริ่มเล่นด้วยไพ่ 33+, A2+, K2S+, K5o+, Q5s+, Q8o+, J7s+, J9o+ หรือT8s ตรงกันข้ามกับพวก Tight ที่จะเลือกเล่นเฉพาะไพ่ที่ดีเท่านั้นอย่างเช่น 55+ A7S+, A5s, A9o+, K9s+, KJo+ และ QJs แม้ว่าไพ่เหล่านี้จะมีอยู่ประมาณ 15% ของสำรับ แต่กับพวกเขาแล้วมันคือความมั่นใจเพียงอย่างเดียวที่จะช่วยให้ไปต่อได้
  2.  Betting Pattern หรือรูปแบบการวางเดิมพัน สิ่งนี้จะคอยบอกว่าอีกฝ่ายคือ Aggressive ผู้ไม่ลังเลที่จะวางเดิมพัน หรือว่า Passive ที่จะวางเดิมพันเท่าที่จำเป็น รูปแบบการวางเดิมพันนี้เราจะดูที่การ Raise และ Call เท่านั้น ถ้าหากอีกฝ่ายเลือกที่จะ Bet หรือ Raise มากกว่า Call มีความเป็นไปได้ว่าพวกเขาคือ Aggressive แต่ถ้าเน้น Call มากกว่า Bet หรือ Raise คาดการณ์ได้เลยว่าพวกนี้คือ Passive อย่างแน่นอน และจาก 2 เงื่อนไขที่เราใช้ในการคาดเดาแล้ว เราสามารถเอามาวิเคราะห์จัดกลุ่มผู้เล่นได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้
    1.  The Rock = Tight + Passive
    2.  The TAG = Tight + Aggressive
    3.  The Calling = Loose + Passive
    4.  The LAG = Loose + Aggressive

และจากนี้ต่อไปเราจะมาดูว่าผู้เล่นแต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียอะไรกันบ้าง และจะใช้วิธีไหนหรือกลยุทธ์ใดในการรับมือผู้เล่นเหล่านี้ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่บนโต๊ะโป๊กเกอร์เดียวกัน

วิเคราะห์ผู้เล่น 4 ประเภท และกลยุทธ์ที่ใช้ในการรับมือ

The Rock : Tight + Passive

จัดว่าเป็นผู้เล่นที่ “หิน” กินยากสมชื่อ ผู้เล่นประเภทนี้จะโชว์ความเขี้ยวให้เห็นกันตั้งแต่ช่วง Starting Hand จะมีลักษณะเด่นของ Tight คือเล่นเฉพาะไพ่ที่คิดว่าดี และมีวิธีการวางเดิมพันแบบ Passive คือจะไม่ Bet หรือ Raise แต่ถ้าเมื่อใดที่พวกเขาตัดสินใจ Bet หรือ Raise พอจะคาดเดาได้ว่าพวกเขามี Starting Hand ที่แข็งอยู่เหมือนกัน

ข้อดีที่น่าสนใจ

  •  ไม่ต้องเสี่ยงมาก เพราะเล่นเฉพาะจังหวะที่มีไพ่ดีเท่านั้น
  •  ในกรณีที่มี Aggressive อยู่หลายคน สามารถใช้ประโยชน์จากพวกเขาได้โดยการปล่อยให้ Raise หรือ Bluff กัน แล้วหาจังหวะติดไพ่ดี ๆ ก็พอ เหมือนใช้คนอื่นสู้แทนเรา

ข้อเสียที่ต้องระวัง

  •  ทำกำไรไม่คุ้มค่าเหนื่อยเมื่อเทียบกับไพ่ที่ได้มา
  •  เนื่องจากไม่ค่อย Bet หรือ Raise ทำให้คนที่ไม่ยอมทิ้งไพ่มีโอกาสได้ลุ้นมากขึ้น

กลยุทธ์ที่ใช้รับมือกับ The Rock

  •  หาก The Rock ครองตำแหน่ง BB หรือ SB ให้ขโมย Blind โดยการ Raise 3BB จาก Late Position แทน
  •  หาก The Rock Bet หรือ Raise ในช่วง Pre-flop ให้ตัดสินใจสู้เฉพาะตอนที่ Starting Hand ของเราแข็งมาก ๆ เท่านั้น
  •  อาศัยจุดอ่อนของ The Rock ที่ไม่ค่อย Bet ทำการ Check ในช่วง Flop เพื่อดูไพ่ฟรีไปก่อน

The TAG : Tight + Aggressive

แม้ว่าเราจะเจอพวกตัวชนอย่าง The TAG บ่อยในการแข่งแบบทัวร์นาเมนท์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เจอในการเล่นทั่วไป พวกนี้จะมีลักษณะเด่นคือ เน้นไปที่ Bet กับ Raise มากกว่า Call

ข้อดีที่น่าสนใจ

  •  ความเสี่ยงต่ำ เล่นง่าย ไม่ต้องใช้ Starting Hand เยอะ
  •  เพิ่มโอกาสทำกำไรได้ง่าย ๆ เมื่อถือไพ่ดีกว่าด้วยเทคนิคการ Bluff ที่เป็นลักษณะเฉพาะของ Aggressive

ข้อเสียที่ต้องระวัง

  •  เพราะมีไพ่น้อยมีโอกาสที่จะโดนอ่าน Range ไพ่จากคนที่มีทักษะการอ่านไพ่
  •  ด้วยนิสัยวางเดิมพันแบบไม่คิดหน้าคิดหลังของ Aggressive ทำให้มีโอกาสเสียหมดหน้าตักจากการถือ Top Pair หรือ Top Kicker

กลยุทธ์ที่ใช้รับมือกับThe TAG

  •  อาศัยจุดอ่อนของ Tight เข้ามาขโมย Blind จาก Late Position
  •  ในรอบ Pre-flop หาก The TAG Bet หรือ Raise ให้ Re-Raise กลับเฉพาะเวลาที่มี Starting Hand ดี ๆ เท่านั้น หรืออย่างน้อยก็ควรมี AA, KK, QQ, JJ หรือ AKs
  •  ถ้าคิดว่า Starting Hand ยังอ่อนกว่า The TAG ในช่วง Flop ให้ Check ดูก่อน ปกติแล้วพวกนี้จะ C-bet กลับมาโดยไม่สนว่าจะติดไพ่หรือไม่
  •  ทางที่ดีคืออย่าฝืนสู้กับ The TAG เพราะพวกนี้จะมีความแกร่งอยู่ในตัว เอาชนะได้ค่อนข้างยาก

The Calling : Loose + Passive

ผู้เล่นประเภทนี้ส่วนมากจะเป็นมือใหม่ที่ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจ Bet หรือ Raise แถมยังมี Starting Hand เยอะมากอีกด้วย วิธีสังเกตง่าย ๆ คือถ้าติดไพ่บนFlop จะไม่ยอม Bet เพราะหวังว่าจะมีคน Fold แต่ถ้าไม่ติดไพ่Flop ก็จะ Call ตามอย่างเดียว เพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลัง Bluff หรือหวังไปติด Turn เสียมากกว่า โดยรวมแล้วการเล่นสไตล์นี้แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย

ข้อดีที่น่าสนใจ

  •  ไม่ต้องกังวลว่าจะต้อง Bet หรือ Raise หากบนโต๊ะมี Aggressive มากพอ เพราะพวกนั้นจะทำหน้าที่นี้แทน
  •  เมื่อไปเจอกับ Tight Passive ที่มี Stack 100-200BB ขึ้นไป ถือว่าเป็นโอกาสทองที่จะทำกำไรมหาศาลด้วยการติดไพ่ที่อยู่นอกเหนือการคาดเดา เช่น อีกฝ่ายถือ Top Pair แต่ไม่ Fold เพราะเห็นว่าเราเป็นมือใหม่ แต่จังหวะนั้นเราถือ 108o เป็น Starting Hand และติด Straight ด้วย

ข้อเสียที่ต้องระวัง

  •  มีไพ่ดีแต่ทำเงินไม่ได้เหมือนกับพวก The Rock แถมยังต้องไม่มีการกันไพ่จากพวก Draw อีกด้วย
  •  Staring Hand มากเกินไปและส่วนใหญ่ก็เป็นไพ่อ่อน เท่ากับว่ามีโอกาสเสียเงินไปกับไพ่ประเภทนี้มากเมื่อเจอไพ่ที่ใหญ่กว่า

กลยุทธ์ที่ใช้รับมือกับThe Calling

  •  อาศัยนิสัยชอบ Call ตามของพวกนี้ Bet หนีเมื่อได้ไพ่ดี ไม่จำเป็นต้องไป Bluff ให้เสียเวลา
  •  หาก The Call นั่ง BB หรือ SB หรือยังอยู่ใน Pot แถมมี Starting Hand ดีอยู่ในมือ ให้ใช้การ Raise Pre-flop ลงไปให้หนัก
  •  ตรงกันข้ามถ้าเรามีไพ่ระดับกลาง แต่ The Calling Bet มาก็ให้ Fold ไปเลย

เทคนิครับมือผู้เล่นโป๊กเกอร์ที่มือใหม่ต้องรู้

The LAG : Loose + Aggressive

ยิ่งกว่า The Rock ก็ The LAG ที่นักเล่นโป๊กเกอร์ต่างยอมรับว่ารับมือยากที่สุด ด้วย Starting Hand ที่ไม่ตายตัว ชอบ Bet หรือ Raise มากกว่า Call เหมือนทำสงครามจิตวิทยา ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีที่สำคัญคนที่เล่นสไตล์ The LAG มีค่อนข้างน้อยเพราะมีความเสี่ยงสูง เรียกได้ว่าถ้าไม่เก่งจริงอย่าคิดลองกันเลยทีเดียว

ข้อดีที่น่าสนใจ

  •  อ่านทางไพ่ได้ยากเพราะ Starting Hand ไม่ตายตัว
  •  มักจะถูกมองว่าชอบ Bluff เสียมากกว่า แม้จะถือไพ่ที่เหนือกว่าก็ตาม
  •  จะเอาชนะด้วยไพ่ที่ดีก็ได้ หรือจะ Bluff ให้อีกฝ่ายหมอบไปเลยก็ไม่เลว

ข้อเสียที่ต้องระวัง

  •  ต้องแม่นจังหวะหมอบให้ดี เพราะมีโอกาสที่จะเสียเงินมากจากการ Bluff ไม่สำเร็จ

กลยุทธ์ที่ใช้รับมือกับThe LAG

  •  หากไม่ใช่มือใหม่ขอให้มั่นใจในรูปแบบไพ่ที่มีหลากหลายอยู่ในมือ เพราะมีโอกาสสูงมากที่ในช่วย Pre-flop เราจะถือไพ่ดีกว่า The LAG
  •  หากในช่วง Pre-flopThe LAG Bet ออกมา ให้สวนกลับด้วย Re-Raiseแต่ต้องเป็นไพ่แข็งเท่านั้นเพื่อบีบให้อีกฝ่ายยอมออกจาก Pot
  •  หากตำแหน่งเราด้อยกว่าให้ Check-Raise

นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นอีก 2 ประเภทที่อาจพบได้แต่ไม่ค่อยบ่อยนักนั่นก็คือ

  1.  The Nit อาการหนักกว่า The Calling คือถ้าถือไพ่อ่อนในมือจะยอม Fold ง่าย ๆ แค่โดนอีกฝ่าย Bet ใส่เท่านั้น
  2.  The Maniac จอมปั่นของโต๊ะไม่น้อยหน้า The LAG ก็ว่าได้ มักจะ Bet หรือ Raise หนัก ๆ แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนเสียท่าให้ The Maniac ไม่ใช่เรื่อง Bluff แต่เป็นการตบกลับด้วยไพ่ 64s ที่มักจะทำให้

โป๊กเกอร์ – คนที่เห็นอยากเร่งเครื่องเข้าใส่แบบไม่มีสติ จำไว้ว่าให้ใจเย็นเอาไว้ในระยะยาวเราจะมีโอกาสได้กินเรียบแน่นอน
สรุปก็คือผู้เล่นทั้ง 4 ประเภทที่เราพูดถึงในบทความนี้ ไม่ใช่แค่วิธีรับมือเท่านั้น แต่เรายังสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นผู้เล่นแบบไหนในสถานการณ์แบบใด เพราะแต่ละประเภทมันมีความแพ้ทางกันอยู่ จำไว้ว่ายิ่งเล่นได้หลากหลายรูปแบบยิ่งส่งผลดีกับตัวเรามากกว่าการเล่นแบบใดแบบหนึ่งแน่นอน

Poker

อยากเล่น Poker เก่ง 4 วิธีนี้ช่วยได้แน่

December 1, 2020

อยากเล่น Poker เก่ง 4 วิธีนี้ช่วยได้แน่

Poker – โป๊กเกอร์จัดว่าเป็นเกมพนันสายไพ่ที่กว่าจะเล่นได้เล่นเป็นก็ใช้เวลากันไปไม่น้อยกว่าครึ่งปี เพราะเป็นเกมที่ต้องใช้ทักษะหลายอย่างเข้าช่วย ความผิดพลาดแม้จะดูเล็กน้อยอย่างไปนั่งมึนไม่รู้ว่าศัพท์ที่เขาพูดหมายถึงอะไร เพียงเท่านี้ก็มากพอที่จะทำให้โดนรุมกินโต๊ะได้ง่าย ๆ แล้ว สำหรับใครที่อยากเล่นโป๊กเกอร์เก่งในฉบับเร่งรัด 4 วิธีนี้ช่วยได้แน่ขอแค่มีความพยายาม ว่าแต่มีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย

เล่นโป๊กเกอร์อย่างไรให้เก่ง

ลำพังแค่กติกาหรือวิธีเล่นโป๊กเกอร์ในแบบต่าง ๆ ยังคงไม่มากพอที่จะพาเราคว้าเอาเงินใน Pot ออกมาได้ หัวใจสำคัญของการเล่นเกมไพ่ชนิดนี้คือการคิดเร็วทำไว แน่นอนว่าต้องใช้เวลากันบ้างแต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ยิ่งเล่นบ่อยทักษะการคิดและวิเคราะห์ก็จะคมขึ้นอ่านเกมขาดขึ้น ถึงอย่างนั้นการเล่นคนเดียวหรือเล่นกับคู่แข่งที่เป็น AI ค่อนข้างที่จะแตกต่างกันมากเมื่อเทียบกับการแข่งกับคนจริง ๆ เพราะนอกจากแรงกดดันจากการบลัฟยังต้องวางเดิมพันกันด้วยเงินจริง เลยทำให้คนที่เก่งตอนที่เล่นคนเดียวกลายเป็นหมูสนามจริงสิงห์สนามซ้อมกันง่าย ๆ แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะเล่นโป๊กเกอร์ให้เก่งแล้วล่ะก็ต้อง 4 วิธีนี้เลยครับ

อยากเล่นโป๊กเกอร์เก่ง 4 วิธีนี้ช่วยได้แน่

  1.  จำกติกาโป๊กเกอร์ให้ขึ้นใจ

ไม่ใช่แค่ชุดไพ่เท่านั้น แต่ตัวเราต้องแม่นไปถึงระดับของกฎกติกาโป๊กเกอร์แต่ละแบบด้วย หากจำสับกันหรือไม่แม่นตรงนี้ไม่ใช่แค่เล่นผิดเท่านั้น แต่อาจทำให้คนอื่นมองออกจนถูกใช้เป็นจุดอ่อนในการหลอกกินเราด้วย วิธีที่ดีที่สุดคือเลือกโป๊กเกอร์ที่อยากเล่นมาสักหนึ่งอย่างแล้วเอาจริงเอาจังกับมันเพียงอย่างเดียวพอ จะเป็น Hold’em, Ohomaหรือว่า 7 Stud ก็ได้ เพราะโป๊กเกอร์ทั้ง 3 แบบนี้มีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เล่นง่าย ไม่ต้องกลัวว่าจะจำสับสนกัน และที่สำคัญยิ่งกว่าคือลำดับไพ่หรือชุดไพ่ หลายครั้งที่เราอาจคิดว่ามีไพ่ใหญ่แต่มันอาจจะกลายเป็นไพ่เล็กเมื่อเทียบกับคนอื่นได้เหมือนกัน ดังนั้นการจัดชุดไพ่จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรพลาด

  1.  มั่นหาความรู้ใส่ตัว

ความสนุกของการเล่นโป๊กเกอร์อยู่ที่เราต้องคอยพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ลำพังแค่ประสบการณ์ในการเล่นยังไม่พอ หลายคนต้องเลิกเล่นไปเพราะคิดว่าแค่รู้กติกาแล้วไปหาประสบการณ์เอาก็จะเก่งขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิดมาก สิ่งที่จำเป็นคือการหาความรู้ใหม่ ๆ ให้กับตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการเล่น กลยุทธ์ต่าง ๆ การอ่านท่าทีเพื่อคาดเดาความรู้สึกของอีกฝ่าย สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราอยู่รอดได้นานขึ้น

  1.  ปฏิบัติตาม 7 กฎเหล็กอย่างเคร่งครัด

หัวใจสำคัญที่ช่วยทำให้นักโป๊กเกอร์มือใหม่อยู่รอดในสังเวียนได้นานขึ้น นั่นก็เพราะว่าพวกเขาเลือกที่จะทำตาม 7 กฎเหล็กดังต่อไปนี้

  •  เล่นเท่าที่เล่นไหว โป๊กเกอร์นั้นไม่จำเป็นต้องเล่นกันทุกรอบ เราต้องคอยดูตัวเองอยู่เสมอว่าตอนนี้ไพ่ในมือมันแข็งพอที่จะสู้ต่อหรือไม่ ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน รีบตัดใจทิ้งไปเสียตั้งแต่ตอนที่วางเงินไปไม่มาก ดีกว่าปล่อยให้บานปลายในช่วงท้าย ๆ เพราะถ้าเรา Call ตามไปเรื่อย ๆ ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อเข้ารอบต่อไป สุดท้ายอาจไม่ได้อะไรเลย ดังนั้นควรจะเล่นเฉพาะตอนที่คิดว่ามีโอกาสชนะมากพอที่จะให้เสี่ยงเท่านั้น
  •  อย่าฝากความหวังไว้ที่ Flush ต่อให้ได้ Hold Card เป็นไพ่ดอกเดียวกันก็อย่ารีบฝากความหวังไว้ที่ไพ่กองกลาง เพราะไพ่ Flush เป็นอีกหนึ่งชุดไพ่ที่มีโอกาสออกยากมาก ๆ ดังนั้นใครที่ได้ Hold Card แต้มต่ำตั้งแต่ Pre-Flop หมอบได้ให้หมอบ ต่อให้ได้ Flush จริงก็ชนะยากอยู่ดีเพราะมีแต้มต่ำ เว้นแต่ว่าจะออกตัวด้วยแต้มสูงตั้งแต่แรกอันนี้ค่อยน่าสู้ต่อ
  •  ความน่าจะเป็นคือโอกาสชนะ ใครที่ไม่ถนัดจำตัวเลขในตอนก่อน ๆ วิธีจำง่าย ๆ ให้จำลำดับไพ่ใหญ่เล็กก็พอ จำไว้ว่ายิ่งเป็นไพ่ใหญ่ยิ่งมีโอกาสออกน้อย ดังนั้นดูไพ่ในมือให้ดีว่ามันมีความน่าจะเป็นที่จะออกไพ่ชุดไหนได้บ้าง จะได้ตัดสินใจได้ว่าจะทิ้งไพ่หรือไปต่อดี
  •  ใช้ตำแหน่งให้เป็นประโยชน์ ในเกมนี้ตำแหน่งที่นั่งถือว่ามีผลอย่างมากเพราะจะเป็นการเล่นตามลำดับ คนที่เล่นก่อนก็เหมือนอยู่ตีนเขา คนที่เล่นหลังก็เหมือนอยู่ตำแหน่งที่สูงกว่าเพราะมองเห็นหมดว่าคนก่อนหน้าทำอะไร เป็นอย่างไร จะรับมือด้วยวิธีไหน ดังนั้นถ้าคิดจะสู้ต่อในตำแหน่งที่แย่ควรจะมีไพ่ดีจริง ๆ อยู่ในมือเท่านั้น
  •  ปั่นหน้าเข้าไว้ เพราะสีหน้าคือแหล่งข้อมูลอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนใช้เอาชนะคู่ต่อสู้ ดังนั้นให้ฝึกปั่นสีหน้าจะสามารถหลอกล่อให้คนอื่นเข้าใจผิดได้เหมือนกัน
  •  สู้เมื่อได้ไพ่ดี เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ดังนั้นในรอบ Pre-Flop และ Flop จึงเหมือนเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หากเราได้ไพ่ห่วยในช่วงนี้ควรจะทิ้งไปเลย เพราะมันยากมากที่จะเอาชนะด้วยไพ่แย่ ๆ
  •  อย่าเหลิงเมื่อได้ไพ่ดี การได้ไพ่แต้มสูงถือเป็นเรื่องที่ดี แต่มันจะยังไม่ค่อยมีประโยชน์ในช่วง Flop ดังนั้นต้องดูด้วยว่ามีใครที่น่าจะได้ไพ่เหนือกว่าเราหรือไม่ หากคิดว่าสู้ไม่ได้หมอบไปจะดีกว่า

อยากเล่นโป๊กเกอร์เก่ง 4 วิธีนี้ช่วยได้แน่

  1.  หากเพื่อนมาเล่นด้วยกัน

แต่ถ้าไม่มีใครเล่นด้วยก็ให้ออกจากบ้านไปหาเพื่อนเล่นซะ ไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาก่อนก็ได้ เพราะการเล่นคนเดียวไม่ได้ช่วยให้เราเก่งขึ้น แถมยังจะทำให้หลงตัวเองคิดเองเออเองอีกต่างหาก ดังนั้นการฝึกเล่นกับคนอื่นจะช่วยฝึกให้เรารู้จักรับแรงกดดัน ฝึกทักษะต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงได้มีโอกาสลองกลยุทธ์ใหม่ ๆ อีกด้วย ถึงอย่างนั้นการเล่นกับคนอื่นก็มีข้อที่ควรจำไว้คือ

  •  ถ้าไพ่ใหญ่ของเราไม่ได้ใหญ่สุดหรือใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ เท่ากับว่าคนอื่นมีโอกาสถือไพ่เหนือกว่าเรา
  •  อย่าบลัฟมากเกินไป ไม่งั้นจะกลายเป็นแบไต๋ให้คนอื่นสู้ต่อแทนที่จะเป็นการข่มขวัญให้คนอื่นมอบ
  •  ดูท่าทีของแต่ละคนหลังจากที่เห็นหน้าไพ่ ดูรูปแบบการเล่น ปกติแล้วเวลาแค่ 15-30 นาที ก็มากพอที่จะทำให้เรารู้จักนิสัยการเล่นของเขาแล้ว
  •  อย่าวัดกับคนที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะมีชิปเยอะกว่าหรือเล่นเก่งกว่า แต่ให้ไปล็อคเป้าคนที่มีชิปน้อยกว่าหรือคนที่เราอ่านทางได้จะดีกว่า
  •  เมื่อไพ่ดีพอให้ Check Raise เพื่อดูว่ามีใครบ้างที่จะตามเรา วิธีนี้จะทำให้พวกเขา Call ตาม
  •  หากเรา Call แล้วคิดว่าจะโดนคนอื่น Raise ก็ให้ทิ้งไพ่ไปเลย เพราะมีโอกาสมากที่เขาจะถือไพ่เหนือกว่า ยิ่งไพ่เราไม่ใหญ่พอยิ่งไม่ควรเสี่ยงเด็ดขาด
Poker

รู้หรือไม่ เพิ่มโอกาสชนะโป๊กเกอร์ง่าย ๆ ด้วย 2 สิ่งนี้

December 1, 2020

รู้หรือไม่ เพิ่มโอกาสชนะ โป๊กเกอร์ ง่าย ๆ ด้วย 2 สิ่งนี้

โป๊กเกอร์ – สิ่งที่ยากและเร้าใจที่สุดในการเล่นโป๊กเกอร์ก็คงเป็นการที่เราต้องงัดสารพัดวิธีที่จะมาล้มคู่ต่อสู้ให้ได้ ตั้งแต่การจัดชุดไพ่, การอ่านท่าที ขณะเดียวกันในหัวก็ต้องคำนวณหาโอกาสชนะเพื่อตัดสินใจให้ได้ในเสี้ยววินาทีว่าจะทิ้งไพ่หรือไปต่อ คือทั้งรุกและรับในเวลาเดียวกันซึ่งถือว่าเป็นงานหนักมาก ๆ สำหรับนักเดิมพันสายไพ่ แต่ว่าวันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักกับเรื่องความน่าจะเป็นของโป๊กเกอร์และ Pot Odds ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสชนะโป๊กเกอร์ง่าย ๆ

ความน่าจะเป็นจำเป็นด้วยหรือ

สำหรับโป๊กเกอร์แล้วเรื่องนี้ถือว่าจำเป็นมาก เพราะนี่คือเกมไพ่ที่มีค่า House Edge ผันผวนมากเป็นอันดับต้น ๆ ต่างจากพวกบาคาร่าหรือเกมพนันที่มีอัตราแพ้ชนะ 50/50 ซึ่งแทบจะไม่ต้องใช้เรื่องความน่าจะเป็นเข้ามาช่วยเลย แต่ในเกมนี้จะช่วยทำให้เราได้รู้ว่าชุดไพ่แต่ละแบบจะมีโอกาสออกมากน้อยแค่ไหน ทำให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่าจะเดิมพันหรือว่าเล่นอย่างไร แถมยังเป็นการเพิ่มจุดแข็งไปในตัวอีกด้วย

ถึงแม้ว่าความน่าจะเป็นนั้นดูจะยุ่งยากเพราะต้องมานั่งคำนวณกันให้วุ่นวายแต่ไม่ต้องห่วงครับ เพราะเราได้เอาข้อมูลเหล่านั้นมาคำนวณตามกติกาโป๊กเกอร์และจัดใส่ตารางไว้ให้เรียบร้อยแล้ว หน้าที่ของนักเดิมพันก็มีแค่จำไว้ให้แม่นแล้วเอาไปใช้ก็พอแล้ว

ชุดไพ่
(เรียงลำดับจากใหญ่ไปเล็ก)
รูปแบบ
การออกไพ่
ความน่าจะเป็น / เปอร์เซ็นต์การออกไพ่
Royal Flush(ไพ่ใหญ่ที่มีดอกเดียวกันและเรียงแต้ม 5 ใบ) 4 0.000002
Straight Flush (ไพ่ดอกเดียวกันที่เรียงแต้ม 5 ใบ) 36 0.000014
Four of Kind (ไพ่แต้มเดียวกัน 4 ใบ และไพ่อื่นอีก 1 ใบ) 624 0.00024
Full House (ไพ่ตอง 1 ชุด และไพ่คู่ 1 ชุด) 3,744 0.001441
Flush (ไพ่ดอกเดียวกัน 5 ใบ ไม่จำเป็นต้องเรียงแต้ม) 5,108 0.001965
Straight (ไพ่เรียงแต้ม 5 ใบ คละดอกได้) 10,200 0.003925
Three of Kind (ไพ่ตอง 1 ชุด และไพ่อื่นอีก 2 ใบ) 54,912 0.021129
Two Pairs (ไพ่คู่ 2 ชุด และไพ่อื่นอีก 1 ใบ) 123,552 0.047539
One Pair (ไพ่คู่ 1 ชุด และไพ่อื่นอีก 3 ใบ) 1,098,240 0.422569
Highcard / Nothing(ไพ่แต้ม 5 ใบ) 1,302,540 0.501177

จากชุดไพ่ทั้ง 10 ชุด จะเห็นว่ายิ่งชุดไพ่ใหญ่ยิ่งมีโอกาสออกน้อยมาก ๆ ต่างจากไพ่ชุดเล็กที่มีโอกาสออกไพ่มากกว่า มีรูปแบบการออกที่หลากหลาย แต่ก็เอาชนะได้ยากเช่นกัน ดังนั้นการใช้ทักษะหรือกลยุทธ์อื่น ๆ เข้ามาช่วยเล่นจะทำให้มีโอกาสชนะมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Pot Odds ที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ครับ

Pot Odds เรื่องใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม

นักเดิมพันมือใหม่มักจะไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้กันมากนัก เพราะคิดว่าแค่เข้าใจกติกาและจัดชุดไพ่ให้เป็นก็เพียงพอแล้วซึ่งเป็นแนวคิดที่ทำให้มีโอกาสแพ้มาก และเป็นไปได้ยากที่จะเอาชนะโป๊กเกอร์โดยไม่เข้าใจเรื่องอัตราส่วนระหว่างเงินเดิมพันกองกลางบนโต๊ะ (Pot) ต่ออัตราเงินเดิมพัน (Bet) เอาง่าย ๆ ถ้าหากว่า Odds ในเกมนี้อยู่ที่ 10 : 1 เท่ากับว่าทุกการเดิมพัน 1 หน่วย ผู้ชนะจะได้รับกำไร 10 หน่วย

เพื่อให้เข้าใจง่ายผมจะยกตัวอย่างให้ดูสักเล็กน้อย สมมติว่า Pot รอบนี้มีอยู่ 2 หน่วย มีคน Raise เข้ามาอีก 1 หน่วย Pot Odds จะปรับเป็น 3 : 1 ทันที ดังนั้นถ้าจะเอาเงินใน Pot มาทั้งหมดจะต้องวางเดิมพัน 1 ใน 3 ของ Pot

เทคนิคเอาชนะด้วย Odds and Outs

เมื่อเข้าใจแล้วว่าต้องวางเดิมพันอย่างไรถึงจะเอาเงินใน Pot มาเป็นของเราได้ ต่อไปก็คือการหาโอกาสชนะซึ่งวิธีก็ง่าย ๆ แค่ใช้วิธีอ้างอิงไพ่ที่ยังเหลืออยู่ในสำรับ (Outs) กับไพ่ในมือเรา (Odds) ว่าแล้วก็มาดูตัวอย่างกันดีกว่าครับ

  1.  ในรอบ Turn เรามีA♠กับ J♠ เป็น Hold Card และบนโต๊ะมี 8♠, 5♠, 10♦ และ Q♥สิ่งที่เรารอตอนนี้มีแค่♠อีก 1 ใบเท่านั้นเพื่อที่จะเอามาใช้เข้าชุด Flush เพราะไพ่ชุดนี้ไม่ต้องเรียงเลข แค่มีดอกเดียวกันก็พอ หมายความว่า ณ ตอนนี้ไพ่ยังเหลือไพ่ ♠ อีก 9 ใบที่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน เพราะไพ่ทั้งหมด 13 ใบ อยู่ในมือเราแล้ว 2 ใบ กับกองกลางอีก 2 ใบ
  2.  จากสถานการณ์ดังกล่าง เราเห็นไพ่แล้ว 6 ใบ ไม่เห็น 46 ใบ จากไพ่ทั้งหมด 52 ใบ
  3.  และในไพ่ 46 ใบ มีแค่ ♠ 9 ใบ ที่เราต้องการ ส่วนอีก 37 ใบ ไม่ใช่ไพ่ที่เรารอ
  4.  เท่ากับว่าอัตราส่วนไพ่ที่ไม่ต้องการต่อไพ่เป้าหมายอยู่ที่ 37 : 9 หรือประมาณ 4 : 1 หมายความว่าในรอบนี้เรามีโอกาสชนะ 25%

วิธีใช้ Odds ให้ได้ผลสูงสุด

Odds คือสิ่งเดียวที่จะทำให้เรารู้ว่ามีโอกาสชนะมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นเราก็ใช้ข้อมูลที่ได้มาตัดสินใจเลยว่าจะทิ้งไพ่หรือว่าเล่นต่อไปดี อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมที่จะดู Pot ร่วมกับ Odds ด้วยเสมอ เพราะบางรอบแม้ว่าโอกาสชนะจะมากแต่Pot อาจจะเล็กเกินไปไม่คุ้มเสี่ยงเหมือนกัน ว่าแล้วเรามาดูสถานการณ์นี้กันเลยครับ

ยกตัวอย่างเช่น

  1.  จากการคำนวณล่าสุดเรามีโอกาสชนะ 25% จาก Odds 4 : 1
  2.  ตอนนี้ Pot ในรอบ Turn มีขนาด 50 มีคน Raise เข้าไปอีก 10 ขยับมาที่ 60 แต่ว่าเรามีโอกาสชนะเกือบครึ่งและเหลือไพ่อีกใบเดียว จำเป็นต้อง Call เพื่อไปดูไพ่ในรอบ River ซึ่งตอนนี้ Odds อยู่ที่ 6 : 1 แล้ว
  3.  คราวนี้มาชั่งน้ำหนักระหว่างอัตราส่วนเดิมพันกับ Odds กันบ้าง
    •  ถ้าชนะจะได้เงินกลับมา 6 เท่าจากทุนที่ลงไป
    •  โอกาสชนะยังคงเป็น 25% อยู่
  1.  เมื่อเทียบโอกาสชนะ 25% กับอัตราส่วนเดิมพัน 16.67% จะต่างกันที่ 8.33% แม้ว่าจะเป็นตัวเลขที่ดูน้อยแต่ในโป๊กเกอร์ถือว่าไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยง การเลือก Fold จึงเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่าในเกมนี้

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในการตัดสินใจเท่านั้น เพราะยังมีหลายปัจจัยที่เราสามารถเอามาใช้พลิกเกมได้ไม่เพียงแค่การอ่านทางไพ่ แต่ยังรวมไปถึงการเข้าใจถึงนิสัยของผู้เล่นโดยดูจากการเดินเกมอีกด้วย แม้ว่าจะเป็นคนที่ถือไพ่เหนือกว่าแต่ถ้าเขาเป็นคนที่ขี้ระแวงอยู่แล้ว การบลัฟก็อาจช่วยให้เราชนะได้เหมือนกัน ทีนี้ก็อยู่ที่เราแล้วล่ะว่าพร้อมที่จะรับความเสี่ยงหรือไม่

รู้หรือไม่ เพิ่มโอกาสชนะโป๊กเกอร์ง่าย ๆ ด้วย 2 สิ่งนี้

ชนะโป๊กเกอร์ด้วยวิธีที่ง่ายกว่า

ที่พูดมาก่อนหน้านี้แม้จะใช้ได้จริงแต่ก็ใช่ว่าจะใช้ได้ทุกคน บางคนอาจจะไม่ถนัดคำนวณ บางคนไม่ชอบคิดมากเวลาอยู่ภายใต้แรงกดดัน เพราะโป๊กเกอร์จะต้องคิดเร็วทำไวภายในเวลาที่จำกัด เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ทันว่าเราคิดอะไร ถึงอย่างนั้นเราก็มีวิธีอยู่เหมือนกันแม้ว่าจะไม่ละเอียดเท่าแต่ก็ช่วยได้ไม่น้อย ไปดูตัวอย่างกันดีกว่าครับ

ยกตัวอย่างเช่น

  1.  ในรอบ Flop เรารู้แล้วว่ามี ♠อีก 9 ใบ ที่เราต้องการ
  2.  ในรอบ Turn เอาไพ่ที่ต้องการคูณด้วย 4 ก็จะได้ 9 x 4 = 36 นี่คือเปอร์เซ็นต์ชนะของเรา
  3.  หากไพ่ Turn ไม่ใช่ไพ่ที่ต้องการ ให้เอาจำนวนไพ่ที่ต้องการคูณด้วย 2 จะได้ 9 x 2 = 18 เท่ากับว่าตอนนี้โอกาสชนะของเราลดลงไปแล้วครึ่งหนึ่ง
  4.  เห็นผลกันอย่างนี้แล้วก็ไปตัดสินใจกันได้เลย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับวิธีเพิ่มโอกาสชนะง่าย ๆ ด้วย Pot และ Odds ซึ่งผมคิดว่าก็ไม่ได้ยากเกินความเข้าใจแน่นอน เพียงแค่ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าจะเลือกเอาวิธีไหนมาคิดและตัดสินใจ อย่าลืมนะครับว่าโป๊กเกอร์เป็นเกมไพ่ที่ต้องใช้ทักษะหลายอย่างมาเล่น ไม่ใช่เกมเน้นดวงเหมือนอย่างอื่น ดังนั้นในบทความต่อไปเราจะเอาทักษะอะไรมาฝากหรือว่าจะเป็นเทคนิคพลิกเกมแบบไหนต้องติดตามกันไป รับประกันได้ว่าใช้ได้จริงแน่นอน

Poker

อย่าเล่นถ้ายังไม่ได้อ่าน วิธีเล่นโป๊กเกอร์ 3 แบบนี้

December 1, 2020

อย่าเล่นถ้ายังไม่ได้อ่าน วิธีเล่นโป๊กเกอร์ 3 แบบนี้

วิธีเล่นโป๊กเกอร์ – ทุกเกมพนันวิธีเล่นคือสิ่งสำคัญที่นักเดิมพันจำเป็นต้องรู้ โดยเฉพาะโป๊กเกอร์ที่มีรูปแบบการเล่นหลากหลายมาก แม้ว่าวิธีการเล่นจะดูคล้ายกันแต่ถ้าเกิดจำสับสนขึ้นมางานเข้าแน่นอน เพราะนั่นคือเบาะแสสำคัญที่จะทำให้ผู้เล่นคนอื่นรู้ว่าเราคือมือใหม่หรือไก่อ่อนที่อยู่บนโต๊ะซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีแน่ และวันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับวิธีเล่นโป๊กเกอร์ 3 แบบ ที่นิยมเล่นกันตามบ่อนคาสิโนและทัวร์นาเมนท์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง จะได้ตัดสินใจถูกว่าเราควรเล่นโป๊กเกอร์แบบไหนดี

อย่าเล่นถ้ายังไม่ได้อ่าน วิธีเล่นโป๊กเกอร์ 3 แบบนี้

ความแตกต่างระหว่างทัวร์นาเมนท์กับแคชเกม

สำหรับคนที่ยังไม่ได้เริ่มเล่นโป๊กเกอร์แต่ว่าพอจะมีเวลาทำการบ้านมาบ้าง คงจะรู้จักหรือเคยได้ยินคำว่าทัวร์นาเมนท์กับแคชเกม แม้ว่าทั้งสองจะมีพื้นฐานการเล่นที่เหมือนกันคือมีผู้เล่นตั้งแต่ 2-10 คน ส่วนกติกาก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบเกมที่จะเล่น แต่ว่าการเล่นทั้ง 2 ระดับนี้ก็มีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร คือ

ทัวร์นาเมนท์ การเล่นในระดับนี้จะมีรูปแบบคล้ายกับรายการกีฬาระดับใหญ่ ๆ โดยผู้เล่นจะต้องเสียค่าสมัครเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งการแข่งจะแบ่งออกเป็นรอบ ในแต่ละรอบจะมีหลายโต๊ะ เช่น รอบแรกมีอยู่ 100 โต๊ะ รอบต่อไปอาจจะเหลือสัก 50 โต๊ะ รูปแบบการแข่งขันจะเป็นลักษณะที่ว่าเอาผู้ชนะของแต่ละโต๊ะมาเล่นในรอบถัดไปหรือที่เรียกกันว่าระบบแพ้คัดออก ส่วนเงินรางวัลจะมา Pot ของแต่ละโต๊ะแต่ละรอบที่สะสมกันมาเรื่อย ๆ จึงทำให้การเล่นแบบทัวร์นาเมนท์เป็นที่สนใจมาก เพราะว่าผู้ชนะอันดับสูง ๆ จะได้รับเงินรางวัลก้อนโตที่มากพอจะตั้งตัวกันได้เลยทีเดียว

แคชเกม การเล่นระดับนี้จะมีอยู่ในบ่อนคาสิโนทั่วไปรวมถึงคาสิโนขนาดใหญ่ด้วย โดยผู้เล่นไม่ต้องเสียค่าสมัครใด ๆ เพียงแค่เอาเงินสดไปแลกชิปเดิมพันมาก็พอ กติกาพื้นฐานอย่างเงินเดิมพันขั้นต่ำขั้นสูงก็ไปกำหนดกันเอาเอง หรือจะให้ผู้แจกไพ่เป็นผู้ออกกฎนี้ก็ได้ ข้อดีของการเล่นแคชเกมจะอยู่ที่ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องอยู่ในโต๊ะตลอดเวลาเหมือนทัวร์นาเมนท์ หากชิปเดิมพันหมดก็สามารถออกไปแลกแล้วกลับมาใหม่ได้

วิธีเล่นโป๊กเกอร์แต่ละแบบ

ในที่นี้เราจะพูดถึงวิธีเล่นโป๊กเกอร์ 3 แบบที่นิยมเล่นกันนั่นก็คือ TexusHold’em, Omaha และ 7 Stud Poker เพราะว่า 3 แบบนี้มีวิธีการเล่นที่แตกต่างค่อนข้างชัดเจนและยังเป็นพื้นฐานการเล่นโป๊กเกอร์รูปแบบอื่น ๆ เช่น Limit Hold’em,Limit Omaha Eight or Better, Limit Stud Eight or Better เป็นต้น

TexusHold’emPoker

หนึ่งในเกมโป๊กเกอร์ที่นิยมเล่นกันมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แม้แต่คาสิโนออนไลน์ขนาดกลางจนถึงใหญ่ยังต้องมี TexusHold’emให้เล่นกัน เนื่องจากมีวิธีเล่นที่ไม่ซับซ้อน กติกาเข้าใจง่ายเพียงแค่เอาไพ่ 2 ใบในมือจัดชุดเข้ากับไพ่กองกลางอีก 3 ใบ เท่านั้น จึงเหมาะกับคนที่ต้องการหัดเล่นหรือเริ่มศึกษาวิธีเล่นโป๊กเกอร์ซึ่งมีขั้นตอนการเล่นดังนี้

  •  ก่อนเริ่มเกมผู้เล่นแต่ละตำแหน่งจะต้องวางเดิมพันตามกฎของโต๊ะที่ตั้งไว้ คือ
    •  Big Blind (BB) วางเดิมพันขั้นต่ำเต็มจำนวน เช่น กำหนดไว้ให้วางเดิมพันขั้นต่ำ 100 ก็ต้องวาง 100
    •  Small Blind (SB) วางเดิมพันขั้นต่ำครึ่งหนึ่งของที่กำหนดไว้ เช่น กำหนดไว้ให้วางเดิมพันขั้นต่ำ 100 จะวางได้แค่ 50 เท่านั้น ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้
    •  ตำแหน่งอื่น ๆ จะต้องวางเดิมพันในจำนวนที่เท่ากัน เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการเล่นรอบ Pre-Flop
  •  รอบ Pre-Flopผู้เล่นแต่ละตำแหน่งจะได้รับแจกไพ่ Hold Cards 2 ใบ (คว่ำหน้าไว้) โดยเริ่มแจกตั้งแต่ตำแหน่ง Big Blind แล้วไปจบที่ Dealer เป็นตำแหน่งสุดท้าย
  •  รอบ Flopไพ่กองกลางจำนวน 3 ใบ จะถูกหงายหน้าไพ่ไว้บนโต๊ะ ผู้เล่นจะเริ่มเอา Hold Cards มาจัดชุดรวมกับไพ่กองกลาง จากนั้นก็ตัดสินใจว่าจะ Fold (ทิ้งไพ่ยอมแพ้), Raise (เกทับโดยการเพิ่มเดิมพัน), Call (เพิ่มเดิมพันตามคนที่ Raise) หรือ Check (ขอผ่าน) เมื่อเล่นกันครบทุกคนแล้วจะเข้าสู่รอบ Turn
  •  รอบ Turnไพ่กองกลางใบที่ 4 จะถูกหงายหน้าไพ่ไว้บนโต๊ะ ในรอบนี้ผู้เล่นที่เหลือจะเล่นกันเหมือนกับในรอบ Flop
  •  รอบ Riverไพ่กองกลางใบสุดท้ายจะถูกหงายหน้าไพ่ไว้บนโต๊ะ ผู้เล่นที่เหลือจะสู้กันเหมือนกับ 2 รอบที่ผ่านมา แต่ในรอบนี้จะมีการโชว์ไพ่เพื่อวัดแต้มกัน
  •  จบเกมเงินกองกลางหรือ Pot จะถูกมอบให้กับผู้ชนะในเกมนั้น เมื่อจบเกมตำแหน่งการเล่นจะหมุนไปตามเข็มนาฬิกา

หมายเหตุ : กรณีที่มีการ All-in (เทหมดหน้าตัก) เกิดขึ้น ชิปที่ถูก All-in เข้ามาจะถูกแยกไปไว้ที่ Side Pot หากผู้เล่นที่ All-in เข้ามาเป็นผู้ชนะจะได้รับเงินจาก Pot เท่านั้น

อย่าเล่นถ้ายังไม่ได้อ่าน วิธีเล่นโป๊กเกอร์ 3 แบบนี้

OmahaPoker

แม้ว่าชื่อนี้จะไม่ค่อยคุ้นหูแต่ก็เป็นโป๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมไม่น้อยหน้าTexusHold’emซึ่งกติกาจะแตกต่างกันตรงที่ใช้ Hold Cards 4 ใบ และใช้แค่ 2 ใบ มาจัดชุดเข้ากับไพ่กองกลางอีก 3 ใบ ส่วนขั้นตอนการเล่นมีดังนี้

ก่อนเริ่มเกม ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่ง Big Blind และ Small Blind จะต้องวางเดิมพันก่อนตามกฎ

  •  รอบแรก ผู้เล่นในแต่ละตำแหน่งจะได้รับแจกไพ่ Hold Cards 4 ใบ โดยลำดับการแจกและการวางชิปเดิมพันจะเหมือนกับการเล่นใน TexusHold’em
  •  รอบ Flop ไพ่กองกลางจะถูกหงายไว้บนโต๊ะจำนวน 3 ใบ เพื่อให้ผู้เล่นเริ่มจัดชุดและเล่นด้วย 4 ตัวเลือก คือ Fold, Raise, Call และ Check เหมือนเดิม
  •  รอบ Turn ไพ่กองกลางอีกหนึ่งใบจะถูกหงายไว้บนโต๊ะเพื่อให้ผู้เล่นแข่งขันกันต่อ
  •  รอบ Riverไพ่กองกลางใบสุดท้ายถูกหงายไว้บนโต๊ะ รอบนี้ผู้เล่นจะใช้ Hold Cards แค่ 2 ใบ มาจัดชุดเข้ากับไพ่กองกลางอีก 3 ใบ เพื่อให้ได้ชุดไพ่ที่ดีที่สุด
  •  จบเกม ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลไป ไพ่ทุกใบจะถูกเก็บคืนพร้อมกับเวียนตำแหน่งผู้เล่นใหม่ตามเข็มนาฬิกา

7 Stud Poker

เป็นเกมที่มีความแตกต่างจากโป๊กเกอร์ 2 แบบแรกค่อนข้างมาก คือนอกจากจะไม่มีไพ่กองกลางแล้ว ผู้เล่นในแต่ละตำแหน่งจะได้รับไพ่ทั้งหมด 7 ใบ ไม่มีตำแหน่ง Big Blind และ Small Blind สำหรับขั้นตอนการเล่นมีดังนี้

  •  ก่อนเริ่มเกม ผู้เล่นทุกคนจะต้องวางเดิมพันอย่างน้อย 30% ของชิปเดิมพันต่ำสุดเงินนี้จะถูกเรียกว่า Ante เมื่อวางเดิมพันกันครบแล้วจึงจะเริ่มแจกไพ่
  •  รอบแรก ผู้เล่นจะได้รับไพ่ 3 ใบ คือ 2 Face Down (คว่ำหน้า 2 ใบ) กับ Door Card (หงายหน้า 1 ใบ) ผู้ที่มีแต้ม Door Card น้อยที่สุดจะต้องเลือกว่าทิ้งไพ่หรือวางเดิมพันก่อน หากตัดสินใจทิ้งไพ่จะส่งผลให้ผู้เล่นคนถัดไปต้องวางเดิมพันแทนเป็น 2 เท่าของ Ante เมื่อวางเดิมพันครบทุกคนจึงจะเล่นรอบต่อไป
  •  รอบที่สอง ทุกคนจะได้รับไพ่ใบที่ 4 ที่เรียกว่าFourth Street โดยไพ่ใบนี้จะถูกหงายหน้าผู้เล่นจะต้องวางเดิมพันเพื่อให้ได้สิทธิ์เล่นต่อ
  •  รอบที่สาม ไพ่ Fifth Street จะถูกแจกโดยหงายหน้าไพ่ให้กับทุกคนที่เหลืออยู่ ในรอบนี้จะต้องวางเดิมพันอย่างน้อย 2 เท่าของรอบ Forth Street
  •  รอบที่สี่ ไพ่ Sixth Street ซึ่งเป็นไพ่ใบที่ 6 จะถูกแจกแบบหงายหน้าให้กับผู้เล่นเพื่อวางเดิมพันก่อนเข้ารอบ River
  •  รอบที่ห้า ไพ่ใบสุดท้ายหรือRiver จะถูกคว่ำหน้าให้กับผู้เล่น ในรอบนี้ใครที่ Raise จะต้อง Show Down หรือเปิดไพ่ก่อนคนอื่น จากนั้นตามด้วยคนที่ Call ตามลำดับวนตามเข็มนาฬิกา โดยไพ่ที่เปิดมาวัดกันจะเลือกได้แค่ 5 ใน 7 ใบ เท่านั้น

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับวิธีการเล่นโป๊กเกอร์ทั้ง 3 แบบที่นำมาฝากกัน จะเห็นได้ว่าใครที่มีพื้นฐานการเช่น TexusHold’emสามารถเอามาต่อยอดในOhamaได้ไม่ยาก แต่จุดที่ยากคือต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะเล่นด้วยตัวเลือกไหน ส่วน 7 Stud ก็เป็นไพ่โป๊กเกอร์ที่น่าสนใจเพราะไม่มีไพ่กองกลาง แต่คนอื่นก็มองเห็นไพ่เรามากถึง 4 ใบ อาจต้องใช้ทักษะอื่นเข้ามาช่วยเล่น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโป๊กเกอร์รูปแบบไหนผมก็อยากให้ทุกคนจำขั้นตอนวิธีการเล่นรวมไปถึงกติกากันไว้ให้แม่น อย่าลืมนะครับว่าหลุดเพียงครั้งเดียวเราอาจโดนหลอกให้วางเดิมพันขึ้นเรื่อย ๆ แล้วโดนกินรวบตอนท้ายได้ไม่ยาก

Poker

ห้ามพลาดถ้าอยากชนะกับ 3 โซนต้องรู้ก่อนเล่นPoker

December 1, 2020

ห้ามพลาดถ้าอยากชนะกับ 3 โซนต้องรู้ก่อนเล่น Poker

Poker – ถ้าใครที่ติดตามบทความก่อนหน้านี้มาจะเห็นว่าผมพยายามเน้นย้ำเสมอว่าโป๊กเกอร์คือเกมไพ่ที่ใช้ความสามารถของผู้เล่นเป็นหลัก ซึ่งนอกจากทักษะที่จำเป็นต้องใช้แล้ว เรื่องโซนหรือตำแหน่งที่นั่งยังเป็นอีกหนึ่งเรื่องพื้นฐานที่สำคัญมาก ๆ เพราะมันเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มหรือลดโอกาสชนะให้กับเราได้เป็นอย่างดี ต่อให้เก่งแค่ไหนถ้าได้ที่นั่งแย่ก็มีโอกาสแพ้ให้กับคนที่อ่อนแต่อยู่ตำแหน่งที่ดีกว่า ซึ่งวันนี้เราจะไปดูกันครับว่า 3 โซนที่จะพูดถึงกันในบทความนี้เป็นอย่างไร สำคัญแค่ไหน แล้วจะมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง

ห้ามพลาดถ้าอยากชนะกับ 3 โซนต้องรู้ก่อนเล่น Poker

ประเภทเกมโป๊กเกอร์

รู้หรือไม่ครับว่าแม้โป๊กเกอร์จะมีอยู่มากมายหลายแบบ แต่ไม่ว่าจะเป็นโป๊กเกอร์แบบไหนก็มีพื้นฐานเดียวกันคือมีผู้เล่น 2-10 คน อันนี้ขั้นอยู่กับระดับการเล่น หากเป็นเล่นกันเองที่บ้านก็อาจมีกันไม่กี่คน แต่ถ้าเป็นบ่อนคาสิโนใหญ่ ๆ หรือรายการทัวร์นาเมนท์ เราก็จะต้องสู้กับผู้เล่นจำนวนที่มากกว่า ซึ่งประเภทเกมโป๊กเกอร์จะแบ่งไว้ 2 ประเภทดังนี้

  •  Tournamentคือรายการแข่งขันระดับใหญ่แบบแพ้คัดออกเพื่อหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว หรือกลุ่มเดียว โดยจะเริ่มจากการแข่งพร้อมกันหลาย ๆ โต๊ะแล้วคัดเอาผู้ชนะมาแข่งในรอบต่อ ๆ ไป ส่วนเงินรางวัลก็จะมาจาก Pot ของแต่ละโต๊ะในแต่ละรอบที่สะสมมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเงินรางวัลก้อนโตในรอบสุดท้าย ซึ่งบางรายการอาจมีการให้รางวัลกับผู้ชนะหลายคนตามลำดับ ส่วนมากการแข่งขันประเภทนี้จะมีค่าธรรมเนียมในการสมัครด้วย
  •  Cash gameคือการเล่นโป๊กเกอร์ทั่ว ๆ ไปตามบ่อนคาสิโน โดยที่ผู้เล่นจะต้องใช้ชิปในการวางเดิมพัน สำหรับขั้นต่ำและขั้นสูงของเดิมพันในโต๊ะผู้เล่นจะเป็นผู้กำหนดเองหรือผู้แจกไพ่เป็นผู้กำหนด สำหรับการเล่นประเภทนี้ผู้เล่นสามารถเข้าเล่นหรือเลิกตอนไหนก็ได้ แม้ว่าจะเล่นจนชิปหมดแล้วออกไปแลกชิปกลับมาเล่นใหม่ก็ยังได้

3 โซนที่ต้องรู้บนโต๊ะโป๊กเกอร์

แม้ว่าจำนวนผู้เล่นหรือตำแหน่งที่นั่งบนโต๊ะโป๊กเกอร์จะมีหลายที่ แต่ว่าจะมีการแบ่งโซนหรือตำแหน่งใหญ่ ๆ ออกเป็น 3 โซน ซึ่งจะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบมากเกินไป เช่น เกมนี้เราได้เล่นเป็นคนแรก เกมต่อไปเราอาจได้เล่นเป็นคนสุดท้ายเป็นต้น สำหรับนักเล่นโป๊กเกอร์มืออาชีพแล้วการเปลี่ยนโซนจะมีผลต่อการเลือกใช้กลยุทธ์หรือปรับเปลี่ยนวิธีเล่นอย่างมาก เพราะความได้เปรียบเสียเปรียบเปลี่ยนไปนั่นเอง โดยทั่วไปแล้วโต๊ะโป๊กเกอร์จะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน คือ

Early Position

สำหรับนักเล่นมือใหม่อาจคิดว่าการได้เริ่มเล่นก่อนคือความได้เปรียบ แต่นั่นใช้ไม่ได้กับเกมไพ่โป๊กเกอร์ เพราะการได้เล่นก่อนในตำแหน่ง Early ถือเป็นความโชคร้ายขั้นสุด ยิ่งเริ่มก่อนยิ่งแย่เพราะไม่มีข้อมูลใด ๆ จากผู้เล่นคนอื่นมาให้ใช้วิเคราะห์เพื่อเลือกวิธีเล่นได้อย่างเหมาะสม แถมยังกดดันสุด ๆ เพราะต้องคอยเก็บสีหน้าท่าทางเพื่อไม่ให้คนอื่นที่เล่นต่อจากเรารู้ถึงไพ่ในมืออีก ตำแหน่งผู้เล่นที่อยู่ในโซนนี้ก็มี Big Blind ที่ต้องวางเดิมพันขั้นต่ำแบบเต็มจำนวน, Small Blind ที่วางเดิมพันได้แค่ครึ่งเดียวของเดิมพันขั้นต่ำ และ Under the Gun ที่เป็นตำแหน่งสุดท้าย ในกรณีที่มีผู้เล่นมากกว่า 6 คน ตำแหน่งสุดท้ายจะเป็นของ Under the Gun คนที่ 2

ส่วนมากผู้เล่นที่ได้ตำแหน่งเหล่านี้มักจะเลือก Fold (หมอบ) ไปเลยแล้วรอเล่นในรอบต่อไปด้วยตำแหน่งที่ดีกว่า เว้นเสียแต่ว่าจะมีไพ่สูงอย่าง J, K หรือ A ไว้ในชุดบ้างแล้ว หรือคนที่เก๋าเกมอาจบลัฟด้วยการ Raise (เกทับ) เพื่อล่อให้คนอื่น Call ตาม ไม่ก็ทิ้งไพ่ยอมแพ้ไปเลย

Middle Position

เป็นโซนกลาง ๆ คุ้มดีคุ้มร้าย ส่วนใหญ่จะรอดหรือไม่ขึ้นอยู่กับฝีมือผู้เล่นล้วน ๆ เพราะมีเวลาเก็บข้อมูลในขณะที่ผู้เล่นที่อยู่ในโซน Early Position กำลังเล่นอยู่ ปกติแล้วในโซนนี้จะมีผู้เล่นอยู่ประมาณ 2 คน

แต่ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่าผู้เล่นในโซน Early Position ส่วนมากมักจะเลือก Fold แล้วถ้าหากว่าทุกคนในโซนนั้นพากันหมอบหมด เท่ากับว่าผู้เล่นในโซนนี้ไม่มีข้อมูลให้ใช้สู้ได้เลย จึงทำได้แค่เพียงมองไพ่ในมือว่าแข็งพอที่จะสู้ต่อหรือไม่ เพราะตอนนี้พวกเขาคือกลุ่มแรกที่ต้องเริ่มเกม

Late Position

ถ้าเทียบกับสมรภูมิแล้วโซนนี้คือภูมิประเทศที่ดีที่สุดเหมือนนั่งอยู่บนภูเขาคอยมองดูคนอื่น ๆ เล่นก่อน นอกจากนี้ยังมีโอกาส Raise เพื่ออ่านทางไพ่คนอื่นอีกด้วย หรือถ้ามีคนเล่นเยอะเกินจะไพ่ไปเลยก็ไม่มีอะไรเสียหาย ในโซนนี้จะมีผู้เล่นตำแหน่ง Dealer ที่เป็นคนสุดท้ายที่จะได้เล่นเกม กับ Cut off ตำแหน่งรองสุดท้ายเท่านั้น ซึ่งหลายคนต่างยกให้เป็นตำแหน่งตัดดวง Dealer เพราะได้เล่นก่อนนั่นเอง

ห้ามพลาดถ้าอยากชนะกับ 3 โซนต้องรู้ก่อนเล่น Poker

5 เทคนิคอ่านใจ อ่านไพ่คู่ต่อสู้

จิตวิทยายังคงเป็นอีกศาสตร์ที่นักโป๊กเกอร์ควรจะศึกษาไว้ เพราะทุกอากัปกริยาท่าทางของคู่แข่งคือแหล่งข้อมูลชั้นดีที่จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าตอนนี้พวกเขาคิดอะไรหรือว่าตกอยู่ในสถานการณ์ไหน โดยใช้หลักการ 4 ตัวเลือก 5 พฤติกรรม ต่อไปนี้

  •  ถ้า Fold มีความเป็นไปได้ว่าไพ่ในมือพวกเขาอ่อนเกินที่จะสู้ไหว
  •  ถ้า Check แสดงว่าไพ่ในมือพอจะมีแต้มต่ออยู่บ้างแต่ก็ไม่สูงมาก เลยต้องการดูท่าทีของคนอื่นเพื่อที่จะเข้ารอบต่อไป
  •  ถ้า Raise มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะมีไพ่ดีหรือไพ่สูงอยู่ในชุดแล้ว
  •  ถ้า Raise สูงผิดปกติ หรือว่า All-in (เทหมดหน้าตัก) ต้องดูก่อนว่าพวกเขาทำในรอบไหน หากเป็นรอบต้น ๆ พวกเขาอาจมีไพ่ที่ไม่ได้ดีมากแต่ว่าต้องการบลัฟให้คนอื่น Fold ไปก่อน แต่ถ้าเป็นรอบท้าย ๆ มีโอกาสมากที่พวกเขาจะมีไพ่สูงอยู่ในมือหรือได้ชุดไพ่ที่ค่อนข้างดีมากแล้ว
  •  เวลาที่ใช้เล่น ยิ่งคิดนานไพ่อาจไม่แข็งพอแต่ก็ยังอยากสู้ต่อ ถ้าคิดไวทำไวแสดงว่ามั่นใจว่าจะชนะ ถึงอย่างนั้นอาจเป็นการหลอกล่อได้เช่นกัน ดังนั้นอาจต้องดูท่าทีอื่นประกอบ

กลยุทธ์ที่ควรใช้เล่นในแต่ละโซน

Poker – การเล่นโป๊กเกอร์มีกฎอยู่ข้อหนึ่งก็คือตำแหน่งของผู้เล่นจะถูกเวียนไปเรื่อย ๆ นั่นหมายความว่าทุกครั้งที่เปลี่ยนตำแหน่งก็ควรจะเปลี่ยนกลยุทธ์ด้วย ซึ่งแต่ละตำแหน่งหรือแต่ละโซนจะมีวิธีเล่นต่างกันดังนี้

ถ้าเราอยู่ในEarly Positionเป็นตำแหน่งแรก ๆ ที่จะได้เล่น ดังนั้นให้ดูที่ไพ่ก่อนว่าเป็นอย่างไร หากเป็นไพ่ธรรมดาไม่ได้สูงพอที่จะสู้ใครได้ ให้ Fold ไปเลย เพราะเราเองไม่มีข้อมูลให้สู้ แต่ถ้าคิดว่าไพ่ดีพอตัวจะ Raise ก็ได้เช่นกัน และใช้ข้อมูลของคนอื่นในรอบที่ผ่านมาช่วยวิเคราะห์ไพ่ในมือของพวกเขา

ตรงกันข้ามถ้าเราอยู่ใน Late Position ควรจะบลัฟเมื่อไม่ค่อยมีคน Raise หรือว่าคนส่วนใหญ่เลือกที่จะ Fold แต่การบลัฟควรทำด้วยการ Raise หนักๆ ข่มขวัญกันไปเลยเพื่อกดดันให้อีกฝ่ายยอมแพ้ แม้ว่าไพ่ในมือเรามันจะดูห่วยก็ตาม ถึงอย่างนั้นก็มีพวกแสร้งโง่รอหลอกกินท้ายเกมที่ต้องระวังอยู่เหมือนกัน

Poker – เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับโซนการเล่นที่นำมาฝากกันในวันนี้ บอกเลยว่าถ้าไม่รู้เรื่องเหล่านี้คือพลาดมาก แต่ความรู้เพียงเท่านี้ก็ยังไม่มากพอที่จะเอาชนะคนอื่น ดังนั้นในตอนต่อไปเราจะพาไปรู้จักกับวิธีเล่นโป๊กเกอร์แบบต่าง ๆ ที่กล้ารับประกันได้เลยว่าไม่ไก่ชัวร์

Poker

10 ชุดไพ่โป๊กเกอร์ที่ต้องเข้าใจ รู้ไว้ไม่เสียท่าแน่นอน

December 1, 2020

10 ชุดไพ่ โป๊กเกอร์ ที่ต้องเข้าใจ รู้ไว้ไม่เสียท่าแน่นอน

แม้ว่าการบลัฟและ โป๊กเกอร์ เฟซจะเป็นทักษะที่ช่วยให้เอาชนะผู้เล่นที่ถือไพ่เหนือกว่าได้ แต่ก็ไม่มีอะไรมารับประกันว่าพวกเขาจะหลงกลไปกับเทคนิคเหล่านี้ได้ง่าย ๆ เช่นกัน การนับแต้มไพ่และเข้าใจในชุดไพ่จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องพื้นฐานที่สำคัญมาก ๆ สำหรับนักเล่นโป๊กเกอร์ทุกระดับโดยเฉพาะเหล่ามือใหม่ แม้ว่าในสังเวียนเราจะสามารถเลือกไพ่ที่ต้องการได้ แต่การที่เราเข้าใจชุดไพ่จะทำให้เข้าใจสถานการณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น ตัดสินใจได้ง่ายว่าจะสู้ต่อไปหรือยอมแพ้ดี และนี่คือ 10 ชุดไพ่โป๊กเกอร์ที่ต้องเข้าใจ รู้ไว้ไม่เสียท่าแน่นอน

10 ชุดไพ่โป๊กเกอร์ที่ต้องเข้าใจ รู้ไว้ไม่เสียท่าแน่นอน

การนับแต้มโป๊กเกอร์

ก่อนจะไปจัดชุดไพ่สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจก็คือเรื่องการนับแต้ม รูปแบบแต้มของโป๊กเกอร์จะมีความแตกต่างกับไพ่อื่น ๆ มาก เพราะว่าไพ่ทุกใบจะมีค่าไม่เท่ากันเนื่องจากต้องดูดอกไพ่ประกอบด้วย ซึ่งการนับแต้มจะเรียงจากมากไปน้อยดังนี้

  •  ไพ่ A (Ace) ไพ่นี้จะมีสองค่าในตัวเดียว ขึ้นอยู่กับว่ามันจะอยู่ในชุดไพ่ไหน หากอยู่รวมกับไพ่ K, Q, J, 10 ไพ่ A จะมีค่ามากที่สุด ตรงกันข้ามถ้ามาอยู่กับไพ่ 5, 4, 3, 2 ไพ่ A จะมีค่าน้อยที่สุด
  •  ไพ่ K (King) เป็นไพ่ที่มีแต้มน้อยกว่า A หากอยู่ในชุดเดียวกัน แต่จะมีค่ามากที่สุดเมื่อไม่มีไพ่ A
  •  ไพ่ Q (Queen) เป็นไพ่ที่มีแต้มน้อยกว่าไพ่ King
  •  ไพ่ J (Jack) เป็นไพ่ที่มีแต้มน้อยกว่าไพ่ Queen และมีค่ามากกว่าไพ่หน้าตัวเลขทั้งหมด
  •  ไพ่หน้าตัวเลข 2-10 มีค่าเท่ากับหมายเลขหน้าไพ่

ในกรณีที่ไพ่มีหน้าเดียวกันจะถูกตัดสินกันด้วยดอกไพ่ว่าไพ่ใบไหนใหญ่กว่า โดยขนาดดอกไพ่จะเรียงจากใหญ่ไปเล็กคือ โพธิ์ดำ> หัวใจ> ข้าวหลามตัด > ดอกจิก

10 ชุดไพ่โป๊กเกอร์จุดชี้ชะตาหาผู้ชนะ

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้โป๊กเกอร์มีความแตกต่างจากไพ่อื่นก็คือการหาผู้ชนะจะดูจาก ชุดไพ่, แต้มไพ่ และ Kicker แม้ว่าแต้มจะมีน้อยกว่าแต่ถ้าชุดไพ่ใหญ่กว่าก็จะถือว่าชนะ โดยชุดไพ่จะเรียงจากใหญ่ไปเล็กดังนี้

Royal Straight Flush

ชุดไพ่ที่ใหญ่ที่สุด เรียงจาก A, K, Q, J, 10 ทุกใบจะต้องเป็นดอกเดียวกัน โอกาสที่จะออกไพ่นี้อยู่ที่ 0.00015% เท่านั้น ถือว่าเป็นไพ่ที่ออกยากที่สุด

Straight Flush

ชุดไพ่ที่ออกยากเป็นลำดับที่ 2 ประกอบด้วยไพ่ 5 ใบที่มีแต้มเรียงกันและอยู่ในดอกเดียวกันเท่านั้น จะข้ามแต้มหรือสลับดอกไม่ได้ โอกาสออกไพ่มีแค่ 0.0015%

Four of kind

ชุดไพ่ 5 ใบที่มีเงื่อนไขคือต้องมีไพ่ 4 ใบเป็นแต้มเดียวกันเท่านั้น ส่วนอีก 1 ใบจะเป็นไพ่อะไรก็ได้ โอกาสออกมีเพียง 0.024%

Full House

ชุดไพ่ที่ประกอบไปด้วยไพ่ตอง 1 ชุด และไพ่คู่อีก 2 ชุด เช่น ตอง 3 คู่ 2 หรือ ตอง A คู่ 9 เป็นต้น การตัดสินกรณีที่มีผู้เล่นถือ Full House เหมือนกันจะดูทีละชุดคือดูชุดตองก่อน หากผลยังเสมอก็มาดูไพ่คู่ โอกาสออกไพ่คือ 0.14%

Flush

ไพ่ชุด 5 ใบที่เงื่อนไขมีเพียงแค่ต้องเป็นดอกเดียวกันทั้งหมด แต้มจะเรียงหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าเจอผู้เล่นที่ถือ Flush เหมือนกันและมีแต้มเท่ากัน จะดูว่า Kicker ใครใหญ่กว่า โอกาสออกไพ่ถือว่าค่อนข้างเยอะอยู่ที่ 0.2%

Straight

ชุดไพ่ 5 ใบแต้มเรียง ส่วนดอกไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้ แต่ถ้ามีคนถือ Straight และมีแต้มเท่ากัน จะใช้ไพ่ที่มีแต้มมากที่สุดมาเป็นตัวตัดสินหาผู้ชนะ โอกาสออกไพ่มีมากถึง 0.39%

Three of kind

ชุดไพ่ 5 ใบที่มีไพ่ตอง 1 ชุด ส่วนอีก 2 ใบเป็นไพ่อะไรก็ได้ ซึ่งไพ่ 2 ใบนี้จะถูกใช้เป็น Kicker เวลาที่เจอผู้เล่นอื่นที่ถือไพ่ชุด Three of kind เหมือนกัน โอกาสที่จะได้ไพ่ชุดนี้อยู่ที่ 2.1%

10 ชุดไพ่โป๊กเกอร์ที่ต้องเข้าใจ รู้ไว้ไม่เสียท่าแน่นอน

Two Pair

ชุดไพ่ 5 ใบ ที่มีไพ่คู่อยู่ 2 ชุด ส่วนอีก 1 ใบจะเก็บไว้เป็น Kickerซึ่งจะได้ใช้เหมือนเจอชุดไพ่ Two Pair เหมือนกัน และมีแต้มเท่ากันทั้ง 2 คู่ แต่ก่อนจะใช้ไพ่ใบสุดท้ายจะมีการวัดแต้มทีละคู่ก่อน โอกาสออกไพ่สูงถึง 4.75%

One Pair

ชุดไพ่ 5 ใบที่มีไพ่คู่แค่ชุดเดียว และไพ่ที่เหลืออีก 3 ใบจะเป็นไพ่อะไรก็ได้ซึ่งจะถูกใช้เป็น Kicker หากว่าไพ่คู่ที่ถืออยู่ใช้ตัดสินแพ้ชนะกันไม่ได้ ส่วนโอกาสออกมีมากถึง 42%

High Card

เป็นไพ่ 5 ใบไม่เรียงแต้มเรียงดอก โอกาสชนะต่ำมากแถมยังมีโอกาสออกมาถึง 50% วิธีใช้มีเพียงแค่รวมแต้มวัดผลเท่านั้น จึงกลายเป็นไพ่ที่ไม่ค่อยเล่นกัน ใครได้ไพ่ชุดนี้มักจะ Fold กันทันที เว้นแต่ใครที่คิดว่าเก๋าเกมพออาจจะบลัฟไปเรื่อย ๆ จนชนะ เรียกได้ว่าเสี่ยงมาก ๆ ถ้าจะสู้ด้วยไพ่ชุดนี้

สรุปชุดไพ่โป๊กเกอร์ที่มีโอกาสชนะมากไปหาน้อยก็จะได้ดังนี้ Royal Flush > Straight Flush > Four of kind > Full House > Flush > Straight > Three of kind > Two pair > One pair > High card เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ 10 ชุดไพ่โป๊กเกอร์ที่เราเอามาให้ได้รู้จักกันในวันนี้ เชื่อว่าต้องมีคนมึนกันบ้างเพราะรายละเอียดมันค่อนข้างจะเยอะพอตัว ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ยากจนเกินที่จะเข้าใจและถ้าจำได้ขึ้นใจยังไงก็ไม่ปล่อยไก่ให้เขากินแน่นอน ส่วนตอนหน้าเราจะมาดูกันว่าเราจะสามารถใช้ตำแหน่งการเล่นของเราเพิ่มโอกาสชนะได้อย่างไร สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

Poker

รู้ก่อนเล่น กติกาพื้นฐานและวิธีการเล่นโป๊กเกอร์

November 30, 2020

รู้ก่อนเล่น กติกาพื้นฐานและวิธีการเล่น โป๊กเกอร์

โป๊กเกอร์ – อย่างที่เคยได้พูดไปแล้วว่าการเล่นโป๊กเกอร์ความยากไม่ได้อยู่ที่กติกาแต่ว่าอยู่ที่การใช้ชั้นเชิงเสียมากกว่า ถึงอย่างนั้นการที่เราไม่แม่นในกติกาพื้นฐานหรือไม่เข้าใจวิธีการเล่นโป๊กเกอร์ ก็อาจเป็นจุดอ่อนให้ถูกคนอื่นรุมกินโต๊ะได้ง่าย ๆ เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างคำศัพท์ที่รับประกันได้เลยว่าถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจอย่ารีบไปเล่นโป๊กเกอร์เลยจะดีกว่า

รู้ก่อนเล่น กติกาพื้นฐานและวิธีการเล่น โป๊กเกอร์

ศัพท์พื้นฐานในวง Poker

ที่จริงแล้วโป๊กเกอร์เป็นเกมพนันที่มีคำศัพท์เฉพาะเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นชุดไพ่ วิธีการเล่น เทคนิคการเล่น แต่ที่เราจะพูดถึงในวันนี้ขอเน้นไปที่โต๊ะโป๊กเกอร์ก่อนแล้วกัน เพราะนี่คือเรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งคำที่มักจะพบเจอก็มีดังนี้

  •  Button หมายถึง เป็นปุ่มสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นกำลังอยู่ในตำแหน่งไหน โดยจะมีการหมุนเวียนไปหาผู้เล่นทุกคนเพื่อให้ได้เล่นทุกตำแหน่งและให้เกิดความยุติธรรมต่อผู้เล่นนั่นเอง
  •  Dealer หมายถึง ผู้เล่นคนสุดท้ายที่จะได้รับไพ่ เหมือนเป็นเจ้ามือในรอบนั้น ๆ
  •  Hold cards หมายถึง ไพ่ที่ถูกแจกให้กับผู้เล่นโดยคว่ำหน้าไพ่เอาไว้ไม่ให้เห็น
  •  Big Blind (BB) หมายถึง ผู้เล่นที่ต้องวางเดิมพันขั้นต่ำตามที่โต๊ะกำหนดไว้แบบไม่ขาดไม่เกิน เช่น โต๊ะกำหนดไว้ว่าต้องวางเดิมพันขั้นต่ำ 20 หน่วย ผู้เล่นที่อยู่ตำแหน่ง BB จะต้องวางเดิมพัน 20 หน่วยเท่านั้น
  •  Small Blind (SB) หมายถึง ผู้เล่นที่ต้องวางเดิมพันครึ่งหนึ่งของเดิมพันขั้นต่ำที่โต๊ะกำหนด เช่น เดิมพันขั้นต่ำของโต๊ะคือ 20 หน่วย ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่ง SB จะต้องวางเดิมพัน 10 หน่วยเท่านั้น
  •  Flop หมายถึง ไพ่ 3 ใบแรกที่หงายไว้บนโต๊ะ
  •  Turn หมายถึง ไพ่ใบที่ 4 ที่หงายไว้บนโต๊ะ
  •  River หมายถึง ไพ่ใบที่ 5 ที่หงายไว้บนโต๊ะ

ประเภทของไพ่โป๊กเกอร์

โป๊กเกอร์จัดว่าเป็นไพ่ที่ถูกพัฒนาต่อยอดไปมากเป็นอันดับต้น ๆ จนมีรูปแบบการเล่นที่หลากหลาย กติกาที่แตกต่างกันออกไปเพื่อไม่ให้เกิดความจำเจ สำหรับไพ่โป๊กเกอร์ที่นิยมเล่นก็จะมี

TexusHold’em

ตัวท็อปของวงการโป๊กเกอร์ที่ไม่ว่าหน้าเก่าหน้าใหม่ก็ต้องรู้จักกันแน่ เพราะมันคือไพ่โป๊กเกอร์ที่นิยมเล่นกันมากที่สุดในโลก โดยผู้เล่นจะได้รับไพ่มาก่อน 2 ใบ แล้วจัดชุดรวมกับไพ่กองกลางที่อยู่บนโต๊ะอีก 5 ใบ เพื่อให้ได้ชุดไพ่ที่ดีที่สุด ใครได้แต้มมากกว่าก็จะเป็นผู้ชนะ และได้เงินกองกลางไป แต่ก็มีวิธีการชนะด้วยการหลอกให้คนที่มีแต้มมากว่ายอมแพ้ได้ง่าย ๆ ด้วยการบลัฟ สรุปก็คือใครเหลือรอดเป็นคนสุดท้ายก็เป็นผู้ชนะนั่นเอง

Omaha

เป็นไพ่ที่ดัดแปลงมาจาก TexusHold’emคือจะแจกไพ่ให้ผู้เล่น 4 ใบ ส่วนไพ่กองกลางจะมี 5 ใบ โดยผู้เล่นจะต้องใช้ไพ่ในมือ 2 ใบลงไปแทนไพ่กองกลาง เพื่อจัดชุดไพ่ 5 ใบ แล้วชี้แพ้ชนะด้วยลำดับไพ่เหมือนเดิม

7/5 Stud

ไพ่โป๊กเกอร์ประเภทนี้จะไม่มีไพ่กองกลาง และวิธีเล่นจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นการเล่นแบบ 5 Stud หรือ 7 Stud ซึ่งวิธีเล่นจะเป็นดังนี้

  •  5 Stud ทันทีที่ผู้เล่นได้ไพ่ครบ 5 ให้ทำการจัดชุดแล้ววัดแต้มกันได้เลย
  •  7 Stud จะมีการเล่น 5 รอบ แจกไพ่ทั้งหมด 7 ใบ โดยในแต่ละรอบจะวางเดิมพันได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ไพ่ครบ ซึ่งมีวิธีการเล่นคือ
    1.  รอบที่ 1 แจกไพ่ให้ผู้เล่น 3 ใบ โดยคว่ำไพ่ 2 ใบแรก และหงายไพ่ใบที่ 3
    2.  รอบที่ 2 แจกไพ่หงายใบที่ 4
    3.  รอบที่ 3 แจกไพ่หงายใบที่ 5
    4.  รอบที่ 4 แจกไพ่หงายใบที่ 6
    5.  รอบที่ 5 แจกไพ่คว่ำใบที่ 7
  •  เมื่อได้ไพ่ครบ ผู้เล่นจะต้องเลือกไพ่มาแค่ 5 ใบเพื่อจัดชุด แล้วทำการวัดแต้ม

Mix Game Poker

ส่วนนี้จะเป็นไพ่ที่มีการดัดแปลงกติกาจากเกมในข้างต้นจนเกิดเกมใหม่ ๆ โดยทั่วไปจะมีอยู่ 8 เกม คือ

  •  Limit 2-7 Triple Draw
  •  Limit Hold’em
  •  Limit Omaha Eight or Better
  •  Razz
  •  Limit 7 Card Stud
  •  Limit Stud Eight or Better
  •  Razz
  •  Limit 7 Card Stud
  •  Limit Stud Eight or Better
  •  No Limit Hold’em
  •  Pot Limit Omaha

รู้ก่อนเล่น กติกาพื้นฐานและวิธีการเล่นโป๊กเกอร์

กติกาพื้นฐานของโป๊กเกอร์

สำหรับโป๊กเกอร์ที่เล่นกันทั่ว ๆ ไปอย่าง TexusHold’emจะมีขั้นตอนและกติกาพื้นฐานดังนี้

  1.  ผู้เล่นทุกคนจะได้รับไพ่จากผู้แจกไพ่ตามลำดับ
  2.  ผู้เล่นตำแหน่ง BB จะเป็นผู้เริ่มเล่นเกมก่อน
  3.  เมื่อถึงรอบเล่นของตัวเอง ผู้เล่นจะมีทางเลือกอยู่ 4 ทาง คือ
    •  Fold เป็นการทิ้งไพ่ในมือ เมื่อคิดว่าสู้ไม่ได้แล้ว
    •  Call เป็นการวางเดิมพันตามเดิมพันสูงสุดบนโต๊ะในรอบนั้น เช่น มีคน Raise 20 เราCall 20 เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราต้องการสู้ต่อในรอบต่อไป
    •  Raise เป็นการเกทับด้วยการเพิ่มเดิมพันสูงสุดบนโต๊ะ เพื่อเป็นการบีบให้เหลือผู้เล่นน้อยที่สุดในรอบต่อไป เพราะคนที่จะได้สิทธิ์เล่นต่อคือคนที่ Call เท่านั้น
    •  Check เป็นการผ่านโดยไม่ Fold, Call และ Raise แต่จะทำแบบนี้ได้ก็เมื่อมีชิปเดิมพันเท่ากับเดิมพันสูงสุดบนโต๊ะเท่านั้น
  1.  เมื่อผู้เล่นทุกคนเล่นครบแล้ว ผู้แจกไพ่จะหงายไพ่ Turn ซึ่งเป็นไพ่กองกลางใบที่ 4 ไว้บนโต๊ะ แล้วให้ผู้เล่นที่เหลือเริ่มเล่นด้วย 4 ตัวเลือกเช่นเดิม
  2.  ในรอบที่ 5 ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย ไพ่ River จะถูกหงายลงบนโต๊ะ และผู้เล่นจะต้องแข่งกันอีกครั้งเพื่อหาผู้ชนะ
  3.  หลังจากที่เล่นกันครบแล้ว ผู้เล่นจะต้องจัดชุดไพ่ 2 ใบที่มีอยู่เข้ากับไพ่กองกลาง ใครที่มีชุดไพ่ที่ใหญ่ที่สุดจะเป็นผู้ชนะในเกมนั้น

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับกติกาพื้นฐานในการเล่นโป๊กเกอร์ เชื่อว่ามันไม่ได้ยากเกินความเข้าใจเลย แต่ว่าเวลาไปเล่นจริง ๆ จะซีเรียสกว่านี้มาก หลายคนใช้เวลากว่าครึ่งปีในการฝึกถึงจะกล้าไปลงสนามจริง ดังนั้นการเรียนรู้และฝึกฝนให้ชำนาญจึงเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ เดี๋ยวในตอนหน้าเราจะมาดูกันครับว่าโป๊กเกอร์มีการจัดชุดไพ่อย่างไร นับแต้มแบบไหน สำหรับวันนี้พักหัวไว้กันแค่นี้ก่อนครับ

Poker

รวมเรื่องพื้นฐานที่มือใหม่หัดเล่น Poker ต้องรู้

November 30, 2020

รวมเรื่องพื้นฐานที่มือใหม่หัดเล่น Poker ต้องรู้

หลายคนอาจเคยได้ยินกันมาบ้างว่าเกมพนันนั้นมันต้องมีดวงถึงจะเล่นได้ ซึ่งมันอาจจะจริงในการเล่นเกมพนันอย่างไฮโล, รูเล็ต, บาคาร่า, เสือมังกร หรือแม้แต่แบล็คแจ็คที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะเรียกไพ่เพิ่มหรือไม่ แต่เชื่อหรือไม่ว่ากับไพ่ Pokerแล้วดวงแทบจะไม่มีผลอะไรเลย เพราะมันเป็นเรื่องของฝีมือผู้เล่นล้วน ๆ ยิ่งมีพื้นฐานดียิ่งมีโอกาสชนะ และทั้งหมดที่จะพูดถึงต่อไปนี้ก็คือเรื่องพื้นฐานที่มือใหม่หัดเล่น Poker ต้องรู้ ไปดูกันเลยครับ

Poker เกมไพ่ที่ไม่ใช้ดวง

รูปแบบการเล่นโป๊กเกอร์ก็มีพื้นฐานคล้ายกับเกมพนันรูปแบบอื่น คือมีผู้เล่นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แต่ความพิเศษของเกมนี้อยู่ที่สามารถมีผู้ชนะได้มากกว่า 1 คน เอาง่าย ๆ ก็คือมันเป็นเกมที่สามารถจบได้ด้วยผลเสมอ อย่างไรก็สิ่งที่ทำให้โป๊กเกอร์ได้รับความนิยมก็คือวิธีการเล่นที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อนและกติกาที่เข้าใจได้ไม่ยากเกินไป ที่สำคัญมันเป็นเกมที่ต้องใช้ความคิดและการตัดสินใจมากกว่าไพ่ชนิดอื่นเลยทำให้เป็นเกมไพ่ที่ใช้เวลานานมากกว่าจะจบในแต่ละรอบ

สิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้เล่นนอกเหนือจากความชำนาญในเกมก็คือรู้จักเรื่องความน่าจะเป็น การใช้จิตวิทยาเพื่ออ่านท่าทีรวมไปถึงหลอกล่อผู้เล่นคนอื่น เช่น เมื่อเห็นไพ่ในมือต้องสามารถคาดเดาได้ว่าตอนนี้ชุดไพ่ของเรามีดีแค่ไหน ไพ่ดีมีโอกาสตกอยู่ที่ใครบ้าง จะล่อให้คนที่มีไพ่เหนือกว่ายอมทิ้งเพื่อให้เราได้เปรียบ รวมไปถึงทักษะการปั้นหน้าหรือที่เรียกว่า Poker face อีกด้วย

รวมเรื่องพื้นฐานที่มือใหม่หัดเล่น Poker ต้องรู้

ความเป็นมาของไพ่โป๊กเกอร์

แม้ว่าไพ่ชนิดนี้จะได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก เชื่อหรือไม่ว่าทุกวันนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าเกมไพ่ชั้นเซียนแบบนี้มาจากไหน รู้เพียงแค่มันเป็นไพ่ที่ถูกดัดแปลงมาจากไพ่อื่นและมีการพัฒนามาเรื่อย ๆ จนถูกยกให้เป็นไพ่ที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามบรรดานักพนันต่างมีความเชื่อเกี่ยวกับต้นกำหนดของโป๊กเกอร์ดังนี้

  •  เริ่มจากกลุ่มแรกที่เชื่อว่าไพ่นี้มาจากจีนในช่วง ค.ศ. 900 ซึ่งสมัยนั้นการเล่นโดมิโน่ที่ทำจากไม้ชิ้นเล็ก ๆ มีสัญลักษณ์ติดไว้ตรงปลายเป็นที่นิยมมาก ก่อนที่จะมีการคิดค้นไพ่โป๊กเกอร์โดยจักรพรรดิ มู ซุง ในปี ค.ศ. 969
  •  มีกลุ่มที่เชื่อว่าไพ่ Poshspielของเยอรมันคือพื้นฐานของโป๊กเกอร์ในปัจจุบัน ขณะที่บางส่วนแย้งว่า Ganjifaไพ่ของอินเดียที่มีกติกาไม่ห่างกันคือรากฐานของโป๊กเกอร์
  •  และกลุ่มสุดท้ายที่มีแนวคิดน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดเชื่อว่าไพ่ของฝรั่งเศสที่มีชื่อว่า Pogue ในช่วงศตวรรษที่ 15 เพราะเป็นไพ่ 4 ดอก 52 ใบ มีรูปแบบการวางเดิมพันและการบลัฟเหมือนปัจจุบัน
    และในปี 1834 ไพ่ชนิดนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างมากใน แคนนาดา และอเมริกา ในที่สุดก็เปลี่ยนมาใช้ชื่อว่า โป๊กเกอร์ โดย Jonathan H Green

โป๊กเกอร์ พนันหรือกีฬา

อีกหนึ่งปัญหาที่ถกเถียงกันมานานว่าไพ่นี้คือเกมพนันหรือว่าเกมกีฬากันแน่ ฝั่งที่สนับสนุนว่ามันคือกีฬาเพราะไม่ได้มีแค่การวางเดิมพันแต่ยังมีการใช้ทักษะต่าง ๆ เข้ามาช่วยเล่นเพื่อให้ตัวเองเป็นผู้ชนะเช่นเดียวกับกีฬาชนิดอื่น แม้แต่ Jmarcelนักกีฬาโป๊กเกอร์ก็ออกมายืนยันแนวคิดนี้ด้วยว่าถ้าไพ่นี้เป็นเพียงการพนัน เหตุใดเขาจึงยังมีเงินเลี้ยงชีพได้ทุกเดือน นอกจากนี้เขายังคิดว่ามันคือการลงทุนเช่นเดียวกับธุรกิจอื่นด้วยซ้ำ เพียงแค่ให้ผลตอบแทนในระยะสั้นเท่านั้นเอง

แม้ว่าจะยังหาข้อสรุปไม่ได้แต่โป๊กเกอร์ก็ได้รับการบรรจุให้เป็นกีฬาประเภทหนึ่งเช่นเดียวกับ E-Sport และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาบรรจุเข้าเป็นกีฬาระดับโอลิมปิกอีกด้วย ส่วน ESPN ก็ได้ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันเอาไว้แล้วเช่นกัน

ไพ่โป๊กเกอร์ทุกใบมีค่าไม่เท่ากัน

สำหรับไพ่โป๊กเกอร์จะมีความแตกต่างจากไพ่อื่นตรงที่ไพ่ทุกใบจะมีค่าต่างกันหมด แม้ว่าแต้มไพ่จะเท่ากันหากดอกไพ่ต่างกันก็สามารถชี้แพ้ชนะกันได้แล้ว ซึ่งการนับแต้มไพ่โป๊กเกอร์จะเรียงจากน้อยไปมากดังนี้

  •  A (Ace) เป็นไพ่ที่มีแต้มมากสุดและต่ำสุด แล้วแต่ว่าจะอยู่ในชุดไพ่แบบไหน
  •  K (King) เป็นไพ่ที่มีแต้มน้อยกว่า A ถ้าอยู่ในชุดเดียวกัน
  •  Q (Queen) เป็นไพ่ที่แต้มน้อยกว่า King
  •  J (Jack) เป็นไพ่ที่แต้มน้อยกว่า Queen
  •  ไพ่หน้า 2-10 จะมีแต้มเท่าเลขและถือว่าน้อยกว่า Jack

รวมเรื่องพื้นฐานที่มือใหม่หัดเล่น Poker ต้องรู้

ส่วนดอกไพ่จะเรียงจากใหญ่ไปเล็กคือ โพธิ์ดำ, หัวใจ, ข้าวหลามตัด และดอกจิก หากมีไพ่ที่หน้าเหมือนกันแต้มเท่ากันจะใช้ดอกไพ่เป็นตัวตัดสิน เช่น กรณีที่มีคนถือไพ่ K มากกว่า 1 หากคนแรกเป็น K หัวใจ อีกคนถือไพ่ K ดอกจิก ให้ถือว่าคนที่มีไพ่ K หัวใจชนะด้วยดอกไพ่ที่ใหญ่กว่า

และทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่พื้นฐานอันน้อยนิดที่เราเอามาฝากกันครับ แม้ว่าเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าจะทำกำไรจากไพ่โป๊กเกอร์แล้วล่ะก็อย่ามองข้ามมันเด็ดขาด เพราะในสังเวียนที่มีผู้เล่นอยู่รอบโต๊ะความผิดพลาดหรือลังเลแม้แต่น้อยก็สามารถทำให้เราเสียเดิมพันได้แล้ว และในตอนต่อไปจะเป็นพื้นฐานเกี่ยวกับอะไรต้องติดตามกัน รับประกันได้เลยว่าแค่รู้ไว้ยังไงก็ไม่โดนรุมกินโต๊ะแน่นอน

Poker

เจาะลึก Dafabet Poker คาสิโนออนไลน์ตัวจริงสำหรับนักโป๊กเกอร์

November 30, 2020

เจาะลึก Dafabet Poker คาสิโนออนไลน์ตัวจริงสำหรับนักโป๊กเกอร์

Dafabet Poker – ถ้าจะให้แนะนำคาสิโนออนไลน์ดี ๆ สักเว็บที่มีโป๊กเกอร์ให้เล่นแล้วล่ะก็ Dafabet เป็นอีกเว็บที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนไปลองกัน เพราะที่นี่นอกจากมีระบบที่รองรับทั้งการเล่นผ่านโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ ยังมีโต๊ะโป๊กเกอร์หลายแบบให้เลือกเล่นด้วย ว่าแล้วเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปดูกันดีกว่าครับว่าโป๊กเกอร์ของ ดาฟาเบท นั้นน่าเล่นมากแค่ไหน

Dafabet คือใคร

ดาฟาเบท เป็นเว็บพนันออนไลน์ถูกกฎหมายที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องและอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐบาลประเทศฟิลิปปินส์ นับตั้งแต่ปี 2004 ถึงปัจจุบัน ดาฟาเบทมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้กับผู้เล่น โดยเฉพาะเกมพนันยอดนิยมอย่างโป๊กเกอร์ที่ทางเว็บเองได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ออกมาให้ผู้เล่นได้ใช้งานกันง่ายขึ้นทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ เพื่อให้สมกับการเป็น 1 ใน 5 คาสิโนออนไลน์ที่ดีที่สุดในเอเชีย

เจาะลึก Dafabet Poker คาสิโนออนไลน์

วิธีติดตั้งแอปพลิเคชั่น

ก่อนอื่นเราจะต้องทำการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชั่นมาติดตั้งบนอุปกรณ์ของเราก่อน โดยผมจะขอแยกเป็นการใช้งานบนคอมพิวเตอร์กับใช้งานบนมือถือ ใครที่ต้องการใช้งานแบบไหนก็ทำตามได้เลยนะครับ

การติดตั้งโปรแกรมสำหรับคอมพิวเตอร์

อันนี้จะรองรับเฉพาะระบบปฏิบัติการ Window เท่านั้น โดยให้เข้าไปที่หน้าหลักของ Databet แล้วไปที่เมนู “โป๊กเกอร์” เลือก “ดาวน์โหลด” จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “ดาวน์โหลด” อีกครั้ง

เจาะลึก Dafabet Poker คาสิโนออนไลน์

เมื่อดาวน์โหลดเรียบร้อยให้เปิดไฟล์ Poker Setup จะแสดงหน้าจอดังรูป ให้คลิก Install เพื่อทำการติดตั้งโปรแกรมกันได้เลย จากนั้นก็รอจนกว่าโปรแกรมจะติดตั้งสำเร็จ แล้วค่อยคลิก Start Playing เพื่อเริ่มเล่นโป๊กเกอร์

การติดตั้งแอปพลิเคชั่นบนมือถือ

อันนี้จะรองรับเฉพาะระบบปฏิบัติการ Androidเท่านั้น แต่ก่อนทำการติดตั้งให้เข้าไปที่หน้า ตั้งค่าเลือกแอปพลิเคชั่นหรือความปลอดภัย แล้วทำเครื่องหมายถูกที่ช่องแหล่งข้อมูลที่ไม่รู้จักเสียก่อน จากนั้นก็ทำการดาวน์โหลดโดยแสกน QR Code ที่หน้าเว็บหรือจะโหลดจากลิงค์ https://www.df-play.com/dpappth ก็ได้เหมือนกัน ส่วนขั้นตอนการติดตั้งก็เหมือนกับแอปพลิเคชั่นทั่ว ๆ ไป

เจาะลึก Dafabet Poker คาสิโนออนไลน์

การสมัครสมาชิก Dafabet

สำหรับใครที่ยังไม่มียูสเซอร์สำหรับเล่นโป๊กเกอร์กับดาฟาเบท สามารถสมัครได้ที่หน้าเว็บไซต์หรือจะสมัครที่หน้าแอปพลิเคชั่นก็ได้เช่นกัน แต่ว่าจะต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและถูกต้องเพื่อให้การลงทะเบียนเกิดความสมบูรณ์และไม่มีปัญหาในการฝาก-ถอนเงิน รวมถึงการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ กับดาฟาเบทในอนาคตอีกด้วย

Dafabet Poker ใช้งานยังไง

หลังจากที่เข้าระบบมาได้แล้วหน้าตาโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ก็จะประมาณนี้ คือเหมือนกับย่อตัวเว็บลงมาไว้ในโปรแกรม แต่ว่าจะมีให้เล่นแค่โป๊กเกอร์กับเกมคาสิโนบางส่วนเท่านั้นสำหรับโป๊กเกอร์จะมีให้เล่นอยู่ทั้งหมด 5 แบบ ด้วยกันคือเงินสด, ทวิสเตอร์, 6+ โฮลเด็ม, ซิทแอนด์โก และทัวร์นาเมนท์ ทีนี้เราก็สามารถเลือกเล่นโป๊กเกอร์ตามที่ต้องการกันได้เลย

เจาะลึก Dafabet Poker คาสิโนออนไลน์

วิธีเล่นโป๊กเกอร์แบบเงินสด (Cash)

เป็นห้องโป๊กเกอร์แบบ Hole’em 6-9 ที่นั่ง ก่อนอื่นต้องทำการค้นหาโต๊ะที่เราต้องการเล่นก่อน โดยดูจาก 3 เงื่อนไขหลักคือ

  •  รูปแบบเกม จะมีให้เลือก 3 อย่างคือ No Limit Hole’em, No Limit 6+ Hole’em และ Pot Limit Omaha
  •  Stakes คือจำนวนชิปหรือขนาด Stakes ที่เล่นกันซึ่งมีอยู่ 4 ระดับ คือ ไมโคร, ต่ำ, กลาง และสูง
  •  จำนวนผู้เล่น มีให้เลือกตั้งแต่ดวลกันเดี่ยว 2 คน, 3-6 คน และ 7 คนขึ้นไปหรือที่เรียกว่าฟูลริ่ง

เมื่อเลือกได้แล้วระบบจะแสดงโต๊ะตามเงื่อนไขที่เลือกไว้ และในแต่ละโต๊ะเราสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าชมหรือนั่งเล่นเลย และสามารถเลือกได้อีกว่าจะเล่นด้วยเงินจริงหรือจะฝึกเล่นด้วยเงินฟรีไปก่อน

เจาะลึก Dafabet Poker คาสิโนออนไลน์

เมื่อเข้าโต๊ะมาเราก็จะเจอบรรยากาศการแข่งขันประมาณนี้แหละครับ ซึ่งแต่ละโต๊ะจะมีการกำหนดเงินเดิมพันเอาไว้อยู่ หากเรามีเงินในกระเป๋ามากพอก็จะสามารถวางเดิมพันได้ แต่ถ้ามีไม่ถึงก็ทำได้แค่เข้าชมเท่านั้นเอง

เจาะลึก Dafabet Poker คาสิโนออนไลน์

วิธีเล่นโป๊กเกอร์แบบทวิสเตอร์

จะเป็นโป๊กเกอร์ที่อยู่ในรูปแบบคล้ายกับเกมแจ็คพ็อตที่มาพร้อมกับธีมล่าสมบัติ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบคือAge of The Gods Twister, Wild Twisterและ Twister โดยผู้เล่นจะต้องเสียเงินค่าสมัครเข้าไป และเงินตรงนี้จะถูกแบ่งส่วนหนึ่งไว้เป็นรางวัลแจ็คพ็อตให้กับผู้ชนะ

เจาะลึก Dafabet Poker คาสิโนออนไลน์

วิธีเล่นโป๊กเกอร์ 6+ Hole’em

ในห้องนี้จะเป็นการเล่นด้วยเงินจริงเท่านั้น โดยกติกาจะเป็นการเล่นแบบ 6+ Hole’em คือตัดไพ่หน้า 2-5 ออกจากสำรับ เหลือไว้แค่ A, 6-10, J, Q, K เท่านั้น สำหรับใครที่เงินไม่พอหรือว่าไม่ชัวร์ก็สามารถเข้าชมการแข่งขันได้เช่นเดียวกับห้อง Cash

เจาะลึก Dafabet Poker คาสิโนออนไลน์

วิธีเล่นโป๊กเกอร์ซิทแอนด์โก

รูปแบบห้องจะเหมือนกับ Cash Game คือสามารถวางเดิมพันได้ทั้งเงินจริงหรือจะลองเล่นด้วยเงินฟรีก่อนก็ได้ แต่ว่าจะมีการเพิ่มสปีดเข้าไป สามารถเลือกได้ว่าจะเอาความเร็วปกติหรือเทอร์โบที่จบในไม่กี่มือ แต่การจะเข้าไปเล่นในห้องนี้ได้จะต้องเสียค่าสมัครก่อน โดยจะต้องเข้าไปรอที่ล็อบบี้

เจาะลึก Dafabet Poker คาสิโนออนไลน์

เมื่อไปที่ล็อบบี้ก็จะมีข้อมูลเกี่ยวกับโต๊ะที่เราจะเล่นอยู่ ซึ่งจะบอกว่าตอนนี้ยังสามารถสมัครเข้าเล่นได้หรือไม่ ต้องเสียค่าสมัครเท่าไหร่ ไปจนถึงข้อมูลทั่ว ๆ ไปเกี่ยวกับเกมและเงินรางวัลที่จะได้รับจากทัวร์นาเมนท์นี้อีกด้วย

เจาะลึก Dafabet Poker คาสิโนออนไลน์

วิธีเล่นโป๊กเกอร์ทัวร์นาเมนท์

เป็นการแข่งขันโป๊กเกอร์ระดับใหญ่ที่สุดคือจะมีให้เลือกเล่นหลายโต๊ะ ซึ่งเราต้องคอยดูว่าโต๊ะไหนที่ยังว่างให้สมัครเล่นได้บ้าง รูปแบบการจ่ายเงินรางวัลจะคล้ายกับซิทแอนด์โก หากต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการแข่งขันสามารถคลิกดูได้ที่ชื่อรายการ ซึ่งจะแสดงรายละเอียดไว้ให้ทางฝั่งขวามือ

เจาะลึก Dafabet Poker คาสิโนออนไลน์

แล้วมือใหม่จะเริ่มต้น Dafabet Poker ที่ไหนดี

เห็นห้องโป๊กเกอร์เยอะขนาดนี้บางทีก็สับสนเหมือนกัน ใครที่เป็นมือใหม่แนะนำว่าให้ไปศึกษาข้อมูลการเล่นจาก “โรงเรียนโป๊กเกอร์” ของดาฟาเบทเสียก่อน ซึ่งเขามีข้อมูลที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยลองเล่นโป๊กเกอร์ จากนั้นค่อยไปลองเล่นในโหมดเงินฟรีเพื่อให้เกิดความชำนาญแล้วค่อยเล่นด้วยเงินจริงก็ยังไม่สายเกินไป

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับแอปพลิเคชั่นดี ๆ ที่ Dafabet Poker จัดให้ ซึ่งถือว่าใช้งานง่ายมาก ๆ แต่อย่างว่าแหละครับโป๊กเกอร์ไม่ใช่เกมไพ่ที่เล่นง่าย ๆ เหมือนเกมพนันรูปแบบอื่น นอกจากกติกาและยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องรู้ ซึ่งเราได้รวบรวมเป็นบทความดี ๆ ไว้รอให้คุณ ๆ ทั้งหลายไปอ่านกันแล้ว และที่สำคัญอย่าลืมว่าประสบการณ์คือสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้ อ่านแล้วต้องฝึกใช้ฝึกเล่นกันบ่อย ๆ ด้วย แล้วคุณจะสนุกไปกับการเล่นโป๊กเกอร์อย่างแน่นอน